บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศโรดแมปยุทธศาสตร์ 3 ปี (พ.ศ.2570–2572) เพื่อขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต โดยวางเป้าหมายทั้งการเพิ่มจำนวนโครงการในพอร์ต แสวงหาทำเลใหม่ และยกระดับมาตรฐานการบริการให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าลักซ์ชัวรีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
จุดเริ่มต้นในภูเก็ตและเป้าหมายการเติบโต
ปัจจุบัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ระบุว่าบริหารโครงการที่อยู่อาศัยในจังหวัดภูเก็ตจำนวน 30 โครงการ รวมกว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมย่านสำคัญทั้งหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และตัวเมืองภูเก็ต
ในแผน 3 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งเป้าขยายพอร์ตการบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่าเป็นหลัก ทั้งนี้ยังตั้งเป้าหมายทางการเงินคือขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาท ในปี พ.ศ.2569 เป็น 150 ล้านบาท ภายใน 3 ปี คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี
มาตรฐานบริการ ผสานความท้องถิ่นกับมาตรฐานสากล
บริษัทย้ำแนวคิดหลักในการให้บริการว่าเป็นการผสานความเข้าใจบริบทท้องถิ่นเข้ากับมาตรฐานการบริหารระดับสากล โดยใช้คำขวัญหรือคอนเซ็ปต์ว่า “Local Touch with Global Standard” เพื่อระบุว่าบริการจะตอบโจทย์ความหลากหลายด้านวัฒนธรรมและความคาดหวังของผู้พักอาศัยในภูเก็ต
“เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต”
บริษัทชี้ว่าอีกจุดแข็งคือการพัฒนา Service Model ที่ปรับให้เหมาะกับลักษณะโครงการแต่ละแห่ง รวมถึงมีหน่วยงานฝึกอบรมภายในอย่าง PLUS EDUPLEX เพื่อพัฒนาทักษะทีมงาน และใช้เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยจากระบบ LIV-24 พร้อมบริการเสริมอย่าง Plus Concierge เพื่อยกระดับการอยู่อาศัยและการดูแลทรัพย์สิน
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม
การขยายบริการบริหารอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตมีความหมายต่อทั้งภาคธุรกิจท้องถิ่นและระบบนิเวศของเมืองท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลทั้งด้านบวกและข้อท้าทาย เช่น การสร้างงานให้บริการและซัพพลายเชนท้องถิ่น การเพิ่มความพร้อมด้านมาตรฐานบริการโรงแรมและที่พักระยะยาว รวมถึงแรงกดดันต่อที่ดินและทรัพยากรท้องถิ่น หากการขยายตัวไม่สอดคล้องกับการวางแผนผังเมืองและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
- โอกาส: เพิ่มงานบริการ-การท่องเที่ยว และเพิ่มทางเลือกสำหรับเจ้าของพูลวิลล่าและคอนโดฯ
- ความเสี่ยง: แรงกดดันต่อที่ดิน-สิ่งแวดล้อมหากไม่ได้จัดการควบคู่กับมาตรการคุ้มครองธรรมชาติ
- สิ่งที่ต้องจับตามอง: การกระจายตัวของโครงการไปสู่ทำเลใหม่และการประสานกับหน่วยงานท้องถิ่น
ตารางสรุปตัวเลขสำคัญ
| รายการ | ปัจจุบัน | เป้าหมายใน 3 ปี |
|---|---|---|
| จำนวนโครงการที่บริหาร | 30 โครงการ | 65 โครงการ |
| จำนวนยูนิต | กว่า 10,000 ยูนิต | ไม่ระบุตัวเลขยูนิต |
| รายได้ | 95 ล้านบาท (พ.ศ.2569) | 150 ล้านบาท |
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของทรัพย์สินในภูเก็ต การมีผู้เล่นที่นำมาตรฐานการบริหารระดับสากลเข้ามาอาจช่วยลดภาระการจัดการในเชิงปฏิบัติ เช่น การซ่อมบำรุง การคัดเลือกผู้ให้บริการ และการจัดการเรื่องความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามว่าโมเดลธุรกิจจะปรับให้เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่นและการอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างไร
ในมุมของชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องเตรียมการด้านนโยบายผังเมือง การกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม และการควบคุมความหนาแน่นของการพัฒนา เพื่อให้การเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์สอดคล้องกับคุณภาพชีวิตของคนท้องถิ่นและความยั่งยืนของทรัพยากร
การประกาศแผนของพลัส พร็อพเพอร์ตี้เป็นสัญญาณหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านในตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตจากการเน้นเพียงการท่องเที่ยวชั่วคราวไปสู่การพัฒนาเพื่อการอยู่อาศัยระยะยาว ทั้งสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะต้องเดินควบคู่กับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการเมืองอย่างเป็นระบบ
อภิชาติ ทะเลทอง ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดภูเก็ต, WE NEWS