จังหวัดภูเก็ต — เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) บริเวณพาราไดซ์บีช ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีข้อถกเถียงทั้งเรื่องการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และประเด็นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเป็นนอมินีของผู้เช่า
เป้าหมายการตรวจสอบ
การตรวจสอบครั้งนี้มุ่งเน้น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่
- ความถูกต้องตามกฎหมายของสัญญาเช่า
- การดำเนินกิจการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ ส.ป.ก.
- ความเหมาะสมและความเป็นธรรมของอัตราค่าเช่าต่อรัฐและเอกชน
- มาตรการสร้างประโยชน์และส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
ผู้ลงพื้นที่ระบุว่าการดำเนินการต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและชุมชนท้องถิ่นควบคู่ไปกับการอำนวยความสะดวกทางเศรษฐกิจของภาคการท่องเที่ยว โดยมีแนวคิดที่จะเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถมีส่วนอุดหนุนเกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นหลัก
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่ดิน ส.ป.ก. ในภูเก็ต
ข้อมูลจากหน่วยงาน ส.ป.ก. ระบุว่าจังหวัดภูเก็ตมีพื้นที่ ส.ป.ก.ที่รับมอบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ประมาณ 30,000–32,000 ไร่ โดยมีการจัดสรรไปแล้วประมาณ 10,000–10,571 ไร่ ให้แก่เกษตรกรหลายร้อยราย ส่วนที่เหลือกว่า 20,000 ไร่ยังรอการจัดสรรหรือมีข้อจำกัดด้านระเบียบเก่าที่ทำให้การจัดการซับซ้อน
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| พื้นที่ ส.ป.ก. ที่รับมอบ | ประมาณ 30,000–32,000 ไร่ |
| พื้นที่ที่จัดสรรแล้ว | ประมาณ 10,000–10,571 ไร่ |
| เกษตรกรผู้ได้จัดสรร | ราว 756 ราย (ข้อมูลที่รายงาน) |
ผู้เช่าชี้แจงกรณีพาราไดซ์บีช
ด้านผู้เช่าที่ดูแลพื้นที่พาราไดซ์บีช ชี้แจงว่าการทำสัญญาเช่าเป็นไปตามระเบียบของ ส.ป.ก. โดยสัญญาเช่าทำเป็นระยะเวลา 3 ปี และการเช่าดังกล่าวมีการต่อเนื่องมาหลายสิบปี ผู้เช่าให้ข้อมูลว่าได้ดูแลที่ดินรวม 3 แปลงเป็นเวลาประมาณ 15 ปี และมีการทำกินรวมตลอดประวัติประมาณ 25 ปี
"ผมไม่ได้เป็นนอมินี และการดำเนินการเป็นไปด้วยความสุจริต"
ผู้เช่าระบุด้วยว่าการจ่ายค่าเช่าอิงตามราคาประเมินของกรมธนารักษ์คิดที่อัตราร้อยละ 3 ซึ่งรวมเป็นเงินประมาณ 2–3 ล้านบาทต่อปี แม้ธุรกิจจะขาดทุนในบางช่วงเนื่องจากทำกินได้เพียง 4–5 เดือนต่อปี แต่จำเป็นต้องเปิดกิจการในช่วงโลว์ซีซันเพื่อให้พนักงานยังมีรายได้
ประเด็นค่าบริการและกระแสวิพากษ์วิจารณ์
เรื่องราวที่เป็นกระแสในสังคมเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าบริการเตียงผ้าใบราคาสูง ถูกนำเสนอเป็นประเด็น หน่วยงานลงพื้นที่พบป้ายแสดงราคาตามโซนสีที่ประกาศไว้ โดยมีราคาพื้นฐานที่ติดไว้ 3,000–4,000 บาท ซึ่งผู้ประกอบการชี้แจงว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาชุดโต๊ะรวมค่าอาหารและเครื่องดื่ม นั่งได้สูงสุด 4 คน และไม่ใช่อัตราค่าเช่าเตียงปกติที่เก็บแยกอยู่ในอัตรา 200 บาทต่อคนต่อวันสำหรับชาวต่างชาติ ส่วนคนไทยไม่เก็บค่าเข้า
ผู้เช่ายืนยันว่าราคาเตียงตามปกติอยู่ที่ประมาณ 200 บาท และอัตรา 3,000–4,000 บาทเป็นค่าบริการแบบรวมโต๊ะ อาหาร และการใช้พื้นที่ตลอดวัน ซึ่งแตกต่างจากการเรียกเก็บเป็นค่าพื้นที่เพียงอย่างเดียว
ผลกระทบต่อชุมชนและแนวทางต่อไป
การตรวจสอบครั้งนี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างการอนุรักษ์ผลประโยชน์เกษตรกรและการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ชายฝั่งที่มีมูลค่าสูง สำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดทำข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างละเอียด และคำนึงถึงเกษตรกรเจ้าของสิทธิ์เดิม พร้อมทั้งหามาตรการที่ชัดเจนในการแบ่งผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวให้เป็นธรรม
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องระบุว่ามีแผนดำเนินการจัดทำข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก. ในจังหวัดภูเก็ตอย่างครบถ้วน และพิจารณาแนวทางแก้ไขกฎหมายรวมถึงนโยบายเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน
เหตุการณ์นี้เป็นอีกบทพิสูจน์ของการจัดสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากร การดูแลเกษตรกรรายย่อย และการเปิดพื้นที่สู่กิจกรรมเชิงพาณิชย์ที่รองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งจังหวัดภูเก็ตในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต้องเดินหน้าบริหารจัดการอย่างโปร่งใสและยั่งยืนต่อไป