วันนี้ (13 ส.ค. พ.ศ. 2569) ข้าราชการสังกัดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในโครงการส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานของ กอ.รมน.จังหวัดภูเก็ต ระหว่างปี พ.ศ. 2557–2559 และขอความเป็นธรรมในกระบวนการสอบสวนที่ตนระบุว่าไม่เป็นธรรม
ข้อกล่าวหาและคำร้องต่อ กมธ.
หนังสือร้องเรียนที่ยื่นต่อคณะกรรมาธิการระบุ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่และการสอบสวนที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และการขอให้ตรวจสอบโครงการอนุรักษ์พลังงานของ กอ.รมน.ในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้ยื่นคือ น.ส.ณศิภัสร์ ชัยวิมนสิทธิ์ ซึ่งระบุว่าได้รับการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างไม่เป็นธรรม หลังมีหนังสือร้องเรียนว่ามีการทุจริตในโครงการของ กอ.รมน.จังหวัดภูเก็ต
ข้อเท็จจริงที่ถูกนำเสนอ
ในคำร้องมีการกล่าวถึงรายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงาน แต่ตามที่ยื่นต่อ กมธ. ระบุว่าแบตเตอรี่ที่นำมาใช้เป็น แบตเตอรี่รถยนต์ ซึ่งไม่เหมาะสมกับการกักเก็บพลังงานจากแสงอาทิตย์ ทำให้ระบบไม่สามารถเก็บพลังงานได้ตามวัตถุประสงค์
“ขอให้ทางกมธ. ตรวจสอบการทุจริตในโครงการอนุรักษ์พลังงานของกอ.รมน. มีการทำโซลาร์เซลล์ แต่แบตเตอร์รี่ที่ใช้ กลับเป็นแบตเตอรีรถยนต์ที่ไม่สามารถกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ได้”
ผู้ร้องย้ำว่า การสอบสวนภายในที่เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ยืดเยื้อจนถึงปัจจุบัน และตนถูกมองว่าเป็นผู้กระทำผิดเพียงคนเดียว ทั้งที่ตนเป็นเพียงผู้ปฏิบัติงาน ขณะที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงไม่ถูกแตะต้องและไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว
การเรียกร้องและจุดยืนของ กมธ.
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธาน กมธ.ที่รับเรื่องกล่าวว่า กมธ.จะติดตามรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานที่ผู้ร้องมอบให้เพื่อนำไปประกอบการตรวจสอบต่อไป โดยให้ความสำคัญทั้งด้านความถูกต้องของการใช้เงินงบประมาณและความเป็นธรรมต่อข้าราชการผู้ปฏิบัติ
ผลกระทบต่อหน่วยงานและการบริหารงบประมาณ
กรณีข้อกล่าวหาเรื่องการใช้แบตเตอรี่ไม่เหมาะสมในการกักเก็บพลังงานอาจสะท้อนปัญหาด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการควบคุมคุณภาพทางเทคนิคของโครงการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งหากพบความบกพร่องหรือทุจริต ย่อมมีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการใช้งบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งผลกระทบต่อการส่งเสริมพลังงานทดแทนในพื้นที่ที่ต้องการความโปร่งใสและประสิทธิภาพ
ประเด็นที่ กมธ.ควรตรวจสอบเชิงลึก
- ความชัดเจนของวงเงินและแหล่งที่มาของงบประมาณที่ใช้ดำเนินโครงการ
- ประเภทและมาตรฐานของวัสดุอุปกรณ์ที่จัดซื้อ เช่น ชนิดแบตเตอรี่และคุณสมบัติที่เหมาะสมกับระบบโซลาร์เซลล์
- กระบวนการสอบสวนภายในและการกำกับดูแลผู้รับผิดชอบระดับบริหาร
| ข้อมูล | รายละเอียดจากคำร้อง |
|---|---|
| ช่วงเวลาโครงการ | พ.ศ. 2557–2559 |
| การสอบสวนภายใน | เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2564 ยืดเยื้อจนถึงปัจจุบัน |
| ประเด็นสำคัญ | การใช้แบตเตอรี่รถยนต์เก็บพลังงานไม่เหมาะสม/ขอความเป็นธรรมต่อผู้ถูกตั้งกรรมการสอบสวน |
ความหมายเชิงท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม
สำหรับจังหวัดภูเก็ต การส่งเสริมพลังงานทดแทน เช่น ระบบโซลาร์เซลล์ มีความสำคัญต่อความยั่งยืนของการพัฒนาเมืองท่องเที่ยว ทั้งด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและการลดต้นทุนพลังงานของหน่วยงานสาธารณะ แต่หากการดำเนินงานขาดความโปร่งใสหรือเลือกใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะสม จะเป็นเรื่องที่ทำลายความเชื่อมั่นและเสียโอกาสต่อการพัฒนาแบบยั่งยืน
ขณะนี้คณะกรรมาธิการได้รับเรื่องร้องเรียนและอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อการตรวจสอบต่อไป การดำเนินการของ กมธ.จะเป็นตัวชี้วัดว่าการใช้จ่ายงบประมาณสาธารณะและกระบวนการสอบสวนภายในหน่วยงานความมั่นคงได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมหรือไม่ ทั้งต่อผู้ถูกกล่าวหาและต่อผู้รับผิดชอบในระดับสูง
ผมจะติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดและรายงานให้ผู้อ่านทราบต่อไปจากจังหวัดภูเก็ต ที่ซึ่งการพัฒนาเชิงพลังงานและการท่องเที่ยวยังต้องการความโปร่งใสและความรับผิดชอบจากหน่วยงานของรัฐเพื่อความยั่งยืนของชุมชนและสิ่งแวดล้อม