โครงการขยายพื้นที่เชิงลักชัวรีของ Central Phuket กำลังเดินหน้าด้วยความคืบหน้าในการก่อสร้างมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ และมีกำหนดเปิดเฟสแรกในช่วงไตรมาส 2 ของปี พ.ศ. 2569 การขยายครั้งนี้จะเพิ่มพื้นที่สำหรับแบรนด์ระดับหรูเป็นจำนวนมาก และเสริมความแข็งแกร่งให้ภูเก็ตในฐานะจุดหมายท่องเที่ยวเชิงระดับโลก
ขยายพื้นที่ เพิ่มร้านอาหาร บันเทิง และแบรนด์ระดับโลก
ตามข้อมูลของผู้พัฒนาโครงการ การขยายเฟสแรกจะเป็นการเพิ่มพื้นที่สำหรับแบรนด์ลักชัวรีให้มากขึ้นเป็นเท่าตัว พร้อมเตรียมต้อนรับแบรนด์เครื่องประดับและนาฬิกาไฮเอนด์จากต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังมีการวางแผนสร้างพื้นที่สำหรับกิจกรรมบันเทิงและวัฒนธรรมในระดับโลก รวมถึงพื้นที่อาหารขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร ที่จะรวบรวมร้านอาหารกว่า 150 แบรนด์ ตั้งแต่ร้านท้องถิ่นไปจนถึงร้านอาหารไฮเอนด์
การขยายพื้นที่ร้านอาหารครั้งนี้ยังมีแผนจะเพิ่มจำนวนร้านอาหารที่ได้รับรางวัลมิชลินให้มากขึ้นในอนาคต ซึ่งจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของภูเก็ตในฐานะศูนย์กลางด้านอาหารและการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม
ผลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและการท่องเที่ยว
Central Phuket ถูกนำเสนอว่าเป็นศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์และเศรษฐกิจใจกลางเมืองภูเก็ต ซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่ที่อยู่อาศัย สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล และธุรกิจต่าง ๆ มายาวนานกว่า 20 ปี การลงทุนขยายครั้งนี้มีแนวโน้มจะสร้างงาน เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ และดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกกลุ่มรายได้สูงเข้ามาใช้จ่ายมากขึ้น
- เพิ่มพื้นที่สำหรับแบรนด์ลักชัวรีเป็น 2 เท่า
- พื้นที่อาหารกว่า 20,000 ตารางเมตร และกว่า 150 แบรนด์
- มุ่งเป้าดึงลูกค้ากลุ่มคนไทยที่มีกำลังซื้อ สูงสุดถึงกลุ่มนักลงทุนและนักท่องเที่ยวคุณภาพ
แผนการก่อสร้างและไทม์ไลน์
| รายการ | สถานะ / เป้าหมาย |
|---|---|
| ความคืบหน้าการก่อสร้างเฟสแรก | มากกว่า 60% |
| กำหนดเปิดเฟสแรก | ไตรมาส 2 ปี พ.ศ. 2569 |
| พื้นที่ร้านอาหาร | กว่า 20,000 ตารางเมตร |
การตอบรับจากตลาดและลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
บริษัทระบุว่าศักยภาพของ Central Phuket มาจากฐานลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งคนไทย ผู้พำนักระยะยาว ชาวต่างชาติที่อาศัยในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวคุณภาพจากต่างประเทศ ส่งผลให้ยอดขายของแบรนด์ชั้นนำบางรายทำสถิติสูงสุดนอกกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความน่าสนใจทางการตลาดของภูเก็ตในกลุ่มสินค้าลักชัวรี
"Central Pattana has pioneered development alongside Phuket city for over two decades, which has provided us with a deep understanding of"
ข้อความอ้างจากผู้บริหารของ Central Pattana ชี้ให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาโครงการเชิงยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับการเติบโตของเมืองภูเก็ตตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา แม้คำกล่าวจะยังไม่จบ แต่สะท้อนถึงการยึดโยงระหว่างโครงการกับชุมชนและสภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น
สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน
การขยายศูนย์การค้าใจกลางเมืองใหญ่เช่นนี้ย่อมมีผลกระทบต่อระบบการจราจร พื้นที่สาธารณะ และทรัพยากรท้องถิ่น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และชุมชนจำเป็นต้องร่วมกันวางมาตรการบรรเทาผลกระทบและส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน เช่น การจัดการการจราจร การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดขยะจากกิจกรรมเชิงพาณิชย์
สิ่งที่ต้องติดตาม
ในช่วงที่เหลือของการก่อสร้างและการเตรียมเปิด ผู้สื่อข่าวจะติดตามความคืบหน้าในด้านการว่าจ้างบุคลากร นโยบายการเปิดร้านของแบรนด์ต่างชาติ ผลต่อผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการ เพื่อประเมินผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมต่อภูเก็ตอย่างรอบด้าน
การขยายครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าสภาพแวดล้อมด้านการท่องเที่ยวของภูเก็ตกำลังเปลี่ยนโฉมไปสู่การเป็นจุดหมายเชิงลักชัวรีมากขึ้น ตราบใดที่การพัฒนาเดินควบคู่กับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นอาจกระจายสู่ผู้คนในภูเก็ตได้อย่างยั่งยืน