จังหวัดภูเก็ตกลับมาคึกคักอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขบวนแห่พระของศาลเจ้ากะทู้ ซึ่งเป็นศาลเจ้าต้นกำเนิดของประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต ได้จัดพิธีอิ้วเก้งหรือพิธีแห่พระรอบเมือง ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ออกมาร่วมรับขบวนและชมความศรัทธาอย่างเนืองแน่น
ขบวนตั้งต้นที่หน้าห้างแม็คโคร ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ตัวเมือง
ขบวนเริ่มตั้งขึ้นบริเวณหน้าห้างแม็คโครภูเก็ต บนถนนวิชิตสงคราม อำเภอเมือง ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ย่านตัวเมืองภูเก็ต โดยตลอดเส้นทางสองข้างทางมีประชาชนตั้งโต๊ะรับพระ และมีผู้มาชมขบวนเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ขบวนของศาลเจ้ากะทู้มีลักษณะเฉพาะทางพิธีกรรมที่ดึงดูดความสนใจ ได้แก่ ม้าทรงชายหญิง ที่แสดงการทดสอบความศรัทธาและการรับเคราะห์แทนผู้ถือศีลกินผัก
- การแสดงของม้าทรงชายหญิง
- การใช้อาวุธตามตำนาน เช่น หัวมณฑลและเหล็กแหลม
- การตั้งโต๊ะรับพระตลอดสองข้างทางโดยชุมชน
รากประเพณีเก่าแก่ อายุร่วม 201 ปี
ศาลเจ้ากะทู้เป็นศาลเจ้าเก่าแก่และได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นกำเนิดของประเพณีถือศีลกินผักในจังหวัดภูเก็ต โดยเริ่มจัดเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2368 ปัจจุบันมีอายุประมาณ 201 ปี และยังคงยึดถือขนบธรรมเนียมดั้งเดิมไว้โดยเคร่งครัด
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| เริ่มประเพณีครั้งแรก | พ.ศ.2368 |
| อายุประเพณี (ข้อมูลปีนี้) | 201 ปี |
| วันที่จัดพิธีแห่พระรอบเมือง | 17 ตุลาคม พ.ศ.2569 |
| วันสุดท้ายของประเพณี | 18 ตุลาคม พ.ศ.2569 |
คืนสุดท้าย พิธีส่งพระที่ชายหาด
ตามกำหนดการ ประเพณีถือศีลกินผักประจำปี พ.ศ.2569 จะสิ้นสุดในวันที่ 18 ตุลาคม โดยในช่วงเช้าจะมีพิธีแห่พระรอบเมืองของศาลเจ้าหล่อโรง ก่อนเข้าสู่ช่วงเย็น-กลางคืนที่ทุกศาลเจ้าผู้เข้าร่วมจะร่วมกันประกอบพิธีส่งองค์กิ้วอ๋องไต่เต่และหยกอ๋องซ่งเต่าบริเวณชายหาดหน้าศาลเจ้ากิ้วเทียนเก้ง ปลายแหลมสะพานหิน อำเภอเมือง ซึ่งพิธีนี้ชาวบ้านมักเรียกกันว่า "
ส่งพระ" และถือเป็นการส่งองค์เทพกลับสู่สวรรค์เพื่อสิ้นสุดวาระของงานประจำปี
ความหมายต่อชุมชน เศรษฐกิจท้องถิ่น และสิ่งแวดล้อม
ประเพณีถือศีลกินผักไม่เพียงเป็นงานศรัทธาทางศาสนา แต่ยังเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยร้านค้า ผู้ประกอบการอาหารมังสวิรัติ และบริการการท่องเที่ยวได้มีรายได้จากทั้งชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมชม อย่างไรก็ตาม การรวมตัวของผู้คนจำนวนมากในเส้นทางแห่พระก็ต้องคำนึงถึงการจัดการขยะ การจราจร และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมชายฝั่งเมื่อมีพิธีส่งพระที่ชายหาด
ในฐานะผู้สื่อข่าวประจำจังหวัด ขอชี้ว่า หน่วยงานท้องถิ่นและผู้จัดงานมีบทบาทสำคัญในการประสานงานด้านความปลอดภัย การจัดการมวลชน และการดูแลสิ่งแวดล้อม ขณะที่ผู้ร่วมงานและผู้มาเที่ยวก็ควรร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ประเพณีอันทรงคุณค่านี้ดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับชุมชนและสภาพแวดล้อมของภูเก็ตต่อไป