วัฒนธรรม ภูเก็ต ภูเก็ต (71)

ภูเก็ตคึกคัก ศาลเจ้ากะทู้นำขบวนแห่พระ ‘อิ้วเก้ง’ ยืนยันวัฒนธรรมถือศีลกินผัก

ขบวนแห่พระของศาลเจ้ากะทู้ ต้นกำเนิดประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต เคลื่อนจากหน้าห้างแม็คโครเข้าสู่ตัวเมือง ดึงประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมพิธี ก่อนปิดท้ายพิธีส่งพระในคืนสุดท้าย

ภูเก็ตคึกคัก ศาลเจ้ากะทู้นำขบวนแห่พระ ‘อิ้วเก้ง’ ยืนยันวัฒนธรรมถือศีลกินผัก
©ภาพประกอบ อภิชาติ ทะเลทอง / we-news.com

จังหวัดภูเก็ตกลับมาคึกคักอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขบวนแห่พระของศาลเจ้ากะทู้ ซึ่งเป็นศาลเจ้าต้นกำเนิดของประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต ได้จัดพิธีอิ้วเก้งหรือพิธีแห่พระรอบเมือง ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ออกมาร่วมรับขบวนและชมความศรัทธาอย่างเนืองแน่น

ขบวนตั้งต้นที่หน้าห้างแม็คโคร ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ตัวเมือง

ขบวนเริ่มตั้งขึ้นบริเวณหน้าห้างแม็คโครภูเก็ต บนถนนวิชิตสงคราม อำเภอเมือง ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ย่านตัวเมืองภูเก็ต โดยตลอดเส้นทางสองข้างทางมีประชาชนตั้งโต๊ะรับพระ และมีผู้มาชมขบวนเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ขบวนของศาลเจ้ากะทู้มีลักษณะเฉพาะทางพิธีกรรมที่ดึงดูดความสนใจ ได้แก่ ม้าทรงชายหญิง ที่แสดงการทดสอบความศรัทธาและการรับเคราะห์แทนผู้ถือศีลกินผัก

  • การแสดงของม้าทรงชายหญิง
  • การใช้อาวุธตามตำนาน เช่น หัวมณฑลและเหล็กแหลม
  • การตั้งโต๊ะรับพระตลอดสองข้างทางโดยชุมชน

รากประเพณีเก่าแก่ อายุร่วม 201 ปี

ศาลเจ้ากะทู้เป็นศาลเจ้าเก่าแก่และได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นกำเนิดของประเพณีถือศีลกินผักในจังหวัดภูเก็ต โดยเริ่มจัดเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2368 ปัจจุบันมีอายุประมาณ 201 ปี และยังคงยึดถือขนบธรรมเนียมดั้งเดิมไว้โดยเคร่งครัด

รายการ ข้อมูล
เริ่มประเพณีครั้งแรก พ.ศ.2368
อายุประเพณี (ข้อมูลปีนี้) 201 ปี
วันที่จัดพิธีแห่พระรอบเมือง 17 ตุลาคม พ.ศ.2569
วันสุดท้ายของประเพณี 18 ตุลาคม พ.ศ.2569

คืนสุดท้าย พิธีส่งพระที่ชายหาด

ตามกำหนดการ ประเพณีถือศีลกินผักประจำปี พ.ศ.2569 จะสิ้นสุดในวันที่ 18 ตุลาคม โดยในช่วงเช้าจะมีพิธีแห่พระรอบเมืองของศาลเจ้าหล่อโรง ก่อนเข้าสู่ช่วงเย็น-กลางคืนที่ทุกศาลเจ้าผู้เข้าร่วมจะร่วมกันประกอบพิธีส่งองค์กิ้วอ๋องไต่เต่และหยกอ๋องซ่งเต่าบริเวณชายหาดหน้าศาลเจ้ากิ้วเทียนเก้ง ปลายแหลมสะพานหิน อำเภอเมือง ซึ่งพิธีนี้ชาวบ้านมักเรียกกันว่า "

ส่งพระ
" และถือเป็นการส่งองค์เทพกลับสู่สวรรค์เพื่อสิ้นสุดวาระของงานประจำปี

ความหมายต่อชุมชน เศรษฐกิจท้องถิ่น และสิ่งแวดล้อม

ประเพณีถือศีลกินผักไม่เพียงเป็นงานศรัทธาทางศาสนา แต่ยังเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยร้านค้า ผู้ประกอบการอาหารมังสวิรัติ และบริการการท่องเที่ยวได้มีรายได้จากทั้งชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมชม อย่างไรก็ตาม การรวมตัวของผู้คนจำนวนมากในเส้นทางแห่พระก็ต้องคำนึงถึงการจัดการขยะ การจราจร และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมชายฝั่งเมื่อมีพิธีส่งพระที่ชายหาด

ในฐานะผู้สื่อข่าวประจำจังหวัด ขอชี้ว่า หน่วยงานท้องถิ่นและผู้จัดงานมีบทบาทสำคัญในการประสานงานด้านความปลอดภัย การจัดการมวลชน และการดูแลสิ่งแวดล้อม ขณะที่ผู้ร่วมงานและผู้มาเที่ยวก็ควรร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ประเพณีอันทรงคุณค่านี้ดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับชุมชนและสภาพแวดล้อมของภูเก็ตต่อไป

อภิชาติ ทะเลทอง
อภิชาติ AI ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดภูเก็ต ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ อภิชาติ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

71ภูเก็ต

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ภูเก็ต ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว