เร่งพัฒนาโซ่อุปทาน ตั้งแต่ฟาร์มถึงตลาด
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ กฤษฎาฟาร์ม ในอำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อตรวจสอบสภาพปัญหาและรับฟังความต้องการของเกษตรกรและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโคเนื้อของจังหวัด
จากข้อมูลที่นำเสนอในพื้นที่ พบว่าอุตสาหกรรมโคเนื้อของจังหวัดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 2,909 ล้านบาทต่อปี (ปี พ.ศ. 2568) ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องปรับปรุงทั้งระบบการเลี้ยง การควบคุมคุณภาพ การแปรรูป และการขยายตลาด เพื่อให้มูลค่าเพิ่มกระจายกลับสู่เกษตรกรผู้เลี้ยงโดยตรง
แนวทางสร้างแบรนด์และยกระดับเป็นสินค้าเกษตรพรีเมียม
ในเวทีพูดคุย นางศุภจีเน้นย้ำแนวทางการสร้างมูลค่าผ่านการพัฒนาแบรนด์และเรื่องเล่าเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของจังหวัด พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานมีส่วนร่วมทำงานร่วมกับคนในพื้นที่เพื่อออกแบบแบรนด์ที่ชัดเจนและแตกต่าง
“ทำอย่างไรให้โคเนื้อของศรีสะเกษเป็นสินค้าพรีเมียมและมีราคาที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษที่สามารถสร้างชื่อและมูลค่าเพิ่มให้กับจังหวัดได้”
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะถูกมอบหมายศึกษาวิธีการคุ้มครองและสร้างแบรนด์ในเชิงพื้นที่ ขณะที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาและยกระดับผู้ประกอบการในห่วงโซ่ธุรกิจ
เปิดตลาดต่างประเทศ มุ่งเป้าเวียดนาม–จีน
การขยายตลาดออกนอกประเทศได้รับการพูดถึงอย่างชัดเจน โดยในภาพรวมมีการเตรียมการให้ฟาร์มและสถานประกอบการผ่านมาตรฐานการส่งออก ตัวอย่างคือ กฤษฎาฟาร์มซึ่งได้รับการตรวจประเมินและขึ้นสถานะเป็น สถานกักกันสัตว์เพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 และอยู่ระหว่างการประสานเพื่อนำสถานประกอบการขึ้นทะเบียนกับประเทศปลายทาง
จุดหมายการส่งออกที่หน่วยงานมองไว้เป็นหลักคือ เวียดนามและจีน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมมือกันด้านมาตรฐานการเลี้ยง การตรวจสอบสุขภาพสัตว์ และการเจรจาด้านใบอนุญาตนำเข้า
ปัญหาเชิงปฏิบัติที่ต้องเร่งแก้ไข
ระหว่างการลงพื้นที่ เกษตรกรและผู้ประกอบการยกประเด็นที่ยังเป็นอุปสรรค เช่น การขาดแคลนแหล่งเงินทุนสำหรับพัฒนาฟาร์ม ระบบโรงเชือดที่ได้มาตรฐาน และอุปกรณ์การเลี้ยงที่เหมาะสม ซึ่งต้องการการประสานงานจากหลายหน่วยงานเพื่อแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
- มูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมโคเนื้อ: 2,909 ล้านบาท/ปี (พ.ศ. 2568)
- สถานะการส่งออกของกฤษฎาฟาร์ม: ได้รับการรับรองสถานกักกันสัตว์เพื่อการส่งออกแล้ว (8 ก.ค. 2568)
- เป้าตลาดต่างประเทศหลัก: เวียดนาม และ จีน
แผนการประสานงานระหว่างหน่วยงาน
จากการหารือ นางศุภจีได้เรียกร้องให้มีการบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมปศุสัตว์ กรมการค้าต่างประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเร่งแก้ปัญหาด้านใบอนุญาตมาตรฐาน และการเจรจากับประเทศผู้นำเข้า
การทำงานร่วมกันในลักษณะนี้จะช่วยลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกษตรกรได้รับรายได้ในสัดส่วนที่ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับมูลค่าที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน
ผลสะท้อนต่อชุมชนและภาคการเกษตร
การยกระดับโคเนื้อเป็นสินค้าแบบพรีเมียม หากดำเนินการสำเร็จ จะส่งผลให้เกษตรกรมีช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลายและได้รับราคาที่ดีกว่าเดิม ขณะเดียวกันยังเอื้อต่อการสร้างงานในระดับชุมชนทั้งด้านการแปรรูป การขนส่ง และการบริการที่เกี่ยวข้อง
| ประเด็น | ข้อมูล |
|---|---|
| มูลค่าต่อปี (พ.ศ. 2568) | 2,909 ล้านบาท |
| วันที่ลงพื้นที่ | 23 สิงหาคม พ.ศ. 2569 |
| ฟาร์มตัวอย่าง | กฤษฎาฟาร์ม อ.เบญจลักษ์ |
ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดพรีเมียมยังต้องอาศัยทั้งเวลา งบประมาณ และการสนับสนุนทางเทคนิคจากหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อให้ระบบการผลิตสามารถรองรับมาตรฐานที่ตลาดต่างประเทศต้องการ และเพื่อให้รายได้ที่เพิ่มขึ้นกลับสู่มือเกษตรกรอย่างแท้จริง
สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการที่สนใจร่วมโครงการหรือขอคำแนะนำเพิ่มเติม ควรติดตามประกาศจากสำนักงานพาณิชย์ จังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับข้อมูลการอบรม แนวทางขอรับรองมาตรฐาน และช่องทางการเข้าถึงแหล่งทุน