เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ผู้เสียหายชาวตำบลสำโรง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย เพื่อลงบันทึกประจำวันและแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดศรีสะเกษ พรรคการเมืองหนึ่งในข้อหา "ฉ้อโกงทรัพย์" หลังอ้างว่าถูกหลอกให้จ่ายเงินเพื่อแลกกับการช่วยสอบเข้าบรรจุงานองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แล้วไม่ได้รับการบรรจุตามที่ตกลงไว้
รายละเอียดคดีและหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมาแสดง
ผู้เสียหายระบุว่าได้มอบเงินจำนวน 2,350,000 บาท แก่อดีตผู้สมัคร ส.ส. เพื่อให้ช่วยทำเรื่องให้ลูกหลานจำนวน 5 คน ผ่านการสอบเข้าทำงานกับหน่วยงานท้องถิ่น แต่ภายหลังเมื่อมีการประกาศผลการสอบ พบว่าลูกหลานทั้ง 5 คนไม่มีรายชื่อได้รับการบรรจุ ผู้ร้องได้พยายามติดต่อขอเงินคืนหลายครั้งแต่ถูกบ่ายเบี่ยง ทั้งอ้างติดธุระไปต่างจังหวัดหรือไปกรุงเทพมหานคร และอ้างว่ากำลังติดตามเงินคืนให้
ผู้ร้องนำหลักฐานการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันมาแสดงต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นรายงานการคุยตั้งแต่ช่วงเริ่มการฝากให้สอบจนถึงช่วงประกาศผล โดยในข้อความมีการพูดถึงการนำเงินมาคืนบางส่วน รวมถึงข้อความระบุถึงตัวเลขความเสียหายรวมที่มีการอ้างถึงเป็นวงกว้างประมาณ เกือบ 200 ล้านบาท
ความเคลื่อนไหวของหน่วยงานด้านตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ. ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส. จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน จะเดินทางไปศึกษาดูงานที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 โดยมีการหารือแนวทางความร่วมมือในการตรวจสอบขบวนการเรียกรับผลประโยชน์และพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเกี่ยวข้อง
ผลกระทบต่อชุมชนและภาพรวมปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลในชุมชน เนื่องจากเสี่ยงทำให้ความยุติธรรมด้านการสรรหาบุคลากรภาครัฐถูกบ่อนทำลาย และทำให้ผู้ที่มีความสามารถจริง ๆ อาจถูกกีดกันไม่ให้ได้เข้าทำงาน ขณะเดียวกันการระบุวงเงินความเสียหายรวมเป็นจำนวนมาก ทำให้ชี้ว่าปัญหาการเรียกรับค่าตอบแทนหรือค่านายหน้าเพื่อการบรรจุอาจมิได้เป็นเพียงกรณีเดี่ยว แต่เป็นเครือข่ายที่ต้องได้รับการสืบสวนอย่างรอบด้าน
สิ่งที่ผู้เสียหายเรียกร้องและแนวทางทางกฎหมาย
ผู้เสียหายยืนยันจะเดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายจนกว่าคดีจะสิ้นสุด โดยได้มอบหลักฐานและคำให้การต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการ ซึ่งคดีดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์ หากพนักงานสอบสวนพบพยานหลักฐานเพียงพอ จะสามารถขอให้ศาลดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ข้อมูลสำคัญโดยย่อ
- วันที่เกิดเหตุที่ผู้ร้องอ้าง: 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เวลาประมาณ 12.00 น.
- จำนวนผู้ถูกฝากสอบ: 5 คน
- จำนวนเงินที่มอบให้: 2,350,000 บาท
- ตัวเลขความเสียหายที่อ้างถึงในแชต: ประมาณ เกือบ 200 ล้านบาท
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| สถานที่แจ้งความ | สภ.อุทุมพรพิสัย อ.ศุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ |
| ผู้ร้อง | ชาว ต.สำโรง อ.อุทุมพรพิสัย (อายุ 64 ปี) |
| ข้อกล่าวหา | ฉ้อโกงทรัพย์ (รับเงินแลกการสอบบรรจุ) |
"ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด"
คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีแนวโน้มที่จะถูกขยายผลหากหน่วยงานตรวจสอบระดับชาติ เช่น กมธ.ป.ป.ช. และ DSI ร่วมตรวจสอบเครือข่ายตามข้อมูลที่ปรากฏในหลักฐานการสนทนา การสืบสวนเพิ่มเติมจะเป็นกุญแจสำคัญในการยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหรือข้าราชการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่
ผู้สื่อข่าวจะติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีและการสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อรายงานข้อมูลเพิ่มเติมให้ประชาชนทราบ