เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจากสถานีตำรวจหลายแห่งในจังหวัดศรีสะเกษร่วมกันจับกุมชายวัย 43 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกสงสัยว่าตระเวนก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัด โดยสามารถควบคุมตัวพร้อมของกลางและนำมาตรวจสอบขยายผลต่อได้
การประสานงานระหว่างโรงพัก
การจับกุมเกิดจากการรวบรวมข้อมูลเชื่อมโยงเหตุลักรถจักรยานยนต์ที่เกิดขึ้นหลายจุด เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของ สภ.ไพรบึง สภ.กันทรลักษ์ สภ.พยุห์ สภ.น้ำเกลี้ยง สภ.ศรีรัตนะ และ สภ.เมืองศรีสะเกษ ประสานงานกันเพื่อวางกำลังซุ่มสังเกตการณ์บริเวณจุดที่คาดว่าคนร้ายจะเข้ามาก่อเหตุ ผลการลาดตระเวนพบชายต้องสงสัยเข้ามาในเขตรับผิดชอบของ สภ.ไพรบึง และมีพฤติการณ์ใกล้เคียงกับเหตุที่เกิดขึ้นก่อนหน้าจึงเข้าจับกุมทันที
การรับสารภาพและพฤติการณ์
ผู้ต้องหาซึ่งเป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ ให้การรับสารภาพต่อเจ้าหน้าที่ว่าได้ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ต่าง ๆ หลายครั้ง ทั้งในเขตตัวเมืองและอำเภอรอบนอก โดยอ้างว่ารถที่ขโมยได้นำไปแลกกับยาเสพติดเพื่อนำมาบริโภค และบางส่วนได้นำเงินจากการแลกไปใช้ส่วนตัว ขณะเดียวกันผู้ต้องหายอมรับว่าพึ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำมาไม่นานก่อนก่อเหตุดังกล่าว
จำนวนเหตุและพื้นที่ที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สรุปได้ว่าผู้ต้องหาอ้างว่าเคยลงมือไม่ต่ำกว่า 12 ครั้ง ในพื้นที่ของโรงพักอย่างน้อย 6 แห่ง ซึ่งรายละเอียดที่ผู้ต้องหาให้การรวมถึงการก่อเหตุซ้ำในหลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการนำรถออกนอกพื้นที่และขยายผลไปยังผู้ที่อาจเกี่ยวข้อง
| หัวข้อ | ข้อมูลเบื้องต้น |
|---|---|
| อายุผู้ต้องหา | 43 ปี |
| จำนวนครั้งที่อ้างว่าก่อเหตุ | ไม่ต่ำกว่า 12 ครั้ง |
| ปริมาณยาบ้าที่อ้างว่าแลกต่อคัน | 30 เม็ด |
การสอบสวนและข้อหา
พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาหลักต่อผู้ต้องหาว่า ลักทรัพย์ และ มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครอง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเดิมของผู้ต้องหา รวมทั้งการขยายผลไปยังเครือข่ายที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับซื้อรถจักรยานยนต์ที่ได้มาจากการก่อเหตุ และเส้นทางการนำรถออกนอกประเทศ
หลักฐานจากกล้องวงจรปิด
ระหว่างการสืบสวน เจ้าหน้าที่ได้รับภาพจากกล้องวงจรปิดในหลายพื้นที่ ซึ่งบันทึกพฤติการณ์ขณะก่อเหตุไว้ได้ ทั้งภาพการสำรวจจุดจอดรถก่อนลงมือขโมย และภาพการหลบหนีหลังจากขับขี่รถออกไป เจ้าหน้าที่นำภาพดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับข้อมูลเหตุในแต่ละจุดเพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี
ผลกระทบต่อชุมชนและการดำเนินการของตำรวจ
การที่มีผู้ลงมือก่อเหตุซ้ำในพื้นที่หลายอำเภาส่งผลต่อความปลอดภัยและความรู้สึกไม่มั่นคงของประชาชน โดยเฉพาะผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่จอดไว้บริเวณสาธารณะ เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน และประสานชุมชนเพื่อลดโอกาสการเกิดเหตุซ้ำ รวมถึงสอบสวนหาผู้ร่วมขบวนการหรือผู้รับซื้อทรัพย์ที่ได้จากการก่อเหตุ
- ตำรวจประสานงานระหว่างหลาย สภ. เพื่อติดตามเส้นทางการนำรถออกนอกพื้นที่
- เจ้าหน้าที่ใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานสำคัญในการขยายผล
- ผู้ต้องหาเคยพ้นโทษออกจากเรือนจำก่อนมาก่อเหตุซ้ำ
ขั้นตอนต่อไป
เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบประวัติการต้องโทษ การขยายผลเครือข่ายผู้รับซื้อรถ รวมทั้งติดตามเส้นทางการส่งต่อรถไปยัง สปป.ลาว ตามข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานที่พบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนประชาชนที่พบเห็นหรือมีข้อมูลเกี่ยวข้องกับเหตุลักษณะนี้สามารถประสานงานกับสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อแจ้งเบาะแสและช่วยป้องกันเหตุซ้ำได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากมีข้อมูลเพิ่มเติมเจ้าหน้าที่จะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป