อาชญากรรม ศรีสะเกษ ศรีสะเกษ (25)

ตร.จับชายวัย 43 ขโมยรถทั่วศรีสะเกษ อ้างแลกยาบ้า-ส่งต่อข้ามแดน

ตำรวจศรีสะเกษจับกุมชายวัย 43 ปี หลังตระเวนลักรถจักรยานยนต์ในหลายอำเภออย่างน้อย 12 ครั้ง ผู้ต้องหาอ้างนำรถไปแลกยาบ้า ทั้งยังระบุว่ารถหลายคันถูกส่งต่อไป สปป.ลาว ตำรวจขยายผลหาบุคคลเกี่ยวข้องและเส้นทางการลำเลียง

ตร.จับชายวัย 43 ขโมยรถทั่วศรีสะเกษ อ้างแลกยาบ้า-ส่งต่อข้ามแดน
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

เมื่อวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดศรีสะเกษร่วมกันวางแผนติดตามและจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญที่มีพฤติการณ์ลักรถจักรยานยนต์ในหลายพื้นที่ของจังหวัด โดยควบคุมตัวได้ที่บริเวณพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ไพรบึง ผู้ต้องหาทราบชื่อคือ นายอธร อายุ 43 ปี เป็นชาวบ้าน ต.หนองไฮ อ.เมืองศรีสะเกษ

รายละเอียดการจับกุมและการรับสารภาพ

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าขณะพบตัว นายอธรมีพฤติการณ์กำลังก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ จึงแสดงตัวเข้าจับกุมและนำตัวมาสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าตนเองได้ตระเวนลักรถจักรยานยนต์ในหลายพื้นที่ของจังหวัดจริง โดยระบุว่าได้ก่อเหตุมาแล้วอย่างน้อย 12 ครั้ง และมักนำรถที่ได้ไปแลกกับยาเสพติด

พื้นที่เกิดเหตุตามคำรับสารภาพ

สถานีตำรวจ จำนวนครั้ง (ตามรับสารภาพ)
สภ.เมืองศรีสะเกษ 3
สภ.น้ำเกลี้ยง 2
สภ.พยุห์ 1
สภ.เบญจลักษ์ 1
สภ.ไพรบึง 2
สภ.กันทรลักษ์ 3
รวม 12 ครั้ง

การแลกเปลี่ยนยาบ้าและเส้นทางส่งรถ

จากการให้การของผู้ต้องหา พบว่าเมื่อแลกรถจักรยานยนต์กับยาเสพติดในแต่ละครั้งจะได้รับยาบ้าจำนวนไม่มาก ตัวอย่างหนึ่งที่ผู้ต้องหาแจ้งคือการแลกรถ 1 คัน ได้รับยาบ้าเพียง 30 เม็ด และก่อนถูกจับกุมเพิ่งเสพยาบ้าไปแล้วจำนวน 2 เม็ด

ผู้ต้องหายังอ้างด้วยว่ารถจักรยานยนต์ที่ได้มาจากการก่อเหตุส่วนหนึ่งถูกส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งเป็นประเด็นที่ตำรวจระบุว่าจะต้องติดตามสอบสวนและขยายผลเพื่อหาผู้เกี่ยวข้องและเส้นทางการลำเลียง

ประวัติผู้ต้องหาและแนวทางการสืบสวน

การตรวจสอบประวัติพบว่า นายอธรเพิ่งพ้นโทษจากการถูกคุมขังเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนจะกลับมาก่อเหตุซ้ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงกำลังสอบสวนเชิงลึกเพื่อตรวจสอบเครือข่ายที่อาจเกี่ยวข้อง ทั้งผู้รับซื้อรถที่ได้จากการโจรกรรมและช่องทางการลำเลียงออกนอกประเทศ

ผลกระทบต่อชุมชนและมาตรการป้องกัน

การที่มิจฉาชีพตระเวนลักรถในหลายอำเภอสร้างความไม่มั่นใจให้กับประชาชนโดยเฉพาะผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นพาหนะหลักของคนในชนบท เจ้าหน้าที่ท้องที่และฝ่ายปกครองจำเป็นต้องเสริมมาตรการป้องกันและเพิ่มการลาดตระเวน รวมทั้งเร่งติดตามคืนทรัพย์สินให้ผู้เสียหาย

  • ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ควรจอดในที่มิดชิดหรือมีสัญญาณกันขโมย
  • ผู้เสียหายที่สงสัยว่าถูกขโมยควรรีบแจ้งความและให้ข้อมูลหมายเลขเครื่อง/ตัวถัง
  • ชุมชนควรร่วมกันสอดส่องและแจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

ตำรวจระบุว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผลเพื่อให้ได้เบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ร่วมกระทำผิดและเส้นทางการส่งออกทรัพย์สิน ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่จะเร่งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบว่าเกิดการลักลอบขนย้ายรถออกนอกประเทศอย่างไรและมีผู้เกี่ยวข้องเป็นใครบ้าง

ภายหลังการจับกุม คดีจะถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบและติดตามคืนรถจักรยานยนต์ให้กับผู้เสียหายที่แจ้งความไว้แล้ว

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

25ศรีสะเกษ

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ศรีสะเกษ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว