เมื่อวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดศรีสะเกษร่วมกันวางแผนติดตามและจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญที่มีพฤติการณ์ลักรถจักรยานยนต์ในหลายพื้นที่ของจังหวัด โดยควบคุมตัวได้ที่บริเวณพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ไพรบึง ผู้ต้องหาทราบชื่อคือ นายอธร อายุ 43 ปี เป็นชาวบ้าน ต.หนองไฮ อ.เมืองศรีสะเกษ
รายละเอียดการจับกุมและการรับสารภาพ
เจ้าหน้าที่กล่าวว่าขณะพบตัว นายอธรมีพฤติการณ์กำลังก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ จึงแสดงตัวเข้าจับกุมและนำตัวมาสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าตนเองได้ตระเวนลักรถจักรยานยนต์ในหลายพื้นที่ของจังหวัดจริง โดยระบุว่าได้ก่อเหตุมาแล้วอย่างน้อย 12 ครั้ง และมักนำรถที่ได้ไปแลกกับยาเสพติด
พื้นที่เกิดเหตุตามคำรับสารภาพ
| สถานีตำรวจ | จำนวนครั้ง (ตามรับสารภาพ) |
|---|---|
| สภ.เมืองศรีสะเกษ | 3 |
| สภ.น้ำเกลี้ยง | 2 |
| สภ.พยุห์ | 1 |
| สภ.เบญจลักษ์ | 1 |
| สภ.ไพรบึง | 2 |
| สภ.กันทรลักษ์ | 3 |
| รวม | 12 ครั้ง |
การแลกเปลี่ยนยาบ้าและเส้นทางส่งรถ
จากการให้การของผู้ต้องหา พบว่าเมื่อแลกรถจักรยานยนต์กับยาเสพติดในแต่ละครั้งจะได้รับยาบ้าจำนวนไม่มาก ตัวอย่างหนึ่งที่ผู้ต้องหาแจ้งคือการแลกรถ 1 คัน ได้รับยาบ้าเพียง 30 เม็ด และก่อนถูกจับกุมเพิ่งเสพยาบ้าไปแล้วจำนวน 2 เม็ด
ผู้ต้องหายังอ้างด้วยว่ารถจักรยานยนต์ที่ได้มาจากการก่อเหตุส่วนหนึ่งถูกส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งเป็นประเด็นที่ตำรวจระบุว่าจะต้องติดตามสอบสวนและขยายผลเพื่อหาผู้เกี่ยวข้องและเส้นทางการลำเลียง
ประวัติผู้ต้องหาและแนวทางการสืบสวน
การตรวจสอบประวัติพบว่า นายอธรเพิ่งพ้นโทษจากการถูกคุมขังเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนจะกลับมาก่อเหตุซ้ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงกำลังสอบสวนเชิงลึกเพื่อตรวจสอบเครือข่ายที่อาจเกี่ยวข้อง ทั้งผู้รับซื้อรถที่ได้จากการโจรกรรมและช่องทางการลำเลียงออกนอกประเทศ
ผลกระทบต่อชุมชนและมาตรการป้องกัน
การที่มิจฉาชีพตระเวนลักรถในหลายอำเภอสร้างความไม่มั่นใจให้กับประชาชนโดยเฉพาะผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นพาหนะหลักของคนในชนบท เจ้าหน้าที่ท้องที่และฝ่ายปกครองจำเป็นต้องเสริมมาตรการป้องกันและเพิ่มการลาดตระเวน รวมทั้งเร่งติดตามคืนทรัพย์สินให้ผู้เสียหาย
- ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ควรจอดในที่มิดชิดหรือมีสัญญาณกันขโมย
- ผู้เสียหายที่สงสัยว่าถูกขโมยควรรีบแจ้งความและให้ข้อมูลหมายเลขเครื่อง/ตัวถัง
- ชุมชนควรร่วมกันสอดส่องและแจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่
ตำรวจระบุว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผลเพื่อให้ได้เบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ร่วมกระทำผิดและเส้นทางการส่งออกทรัพย์สิน ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่จะเร่งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบว่าเกิดการลักลอบขนย้ายรถออกนอกประเทศอย่างไรและมีผู้เกี่ยวข้องเป็นใครบ้าง
ภายหลังการจับกุม คดีจะถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบและติดตามคืนรถจักรยานยนต์ให้กับผู้เสียหายที่แจ้งความไว้แล้ว