เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ผู้เสียหายรายหนึ่งเดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อแจ้งความในความผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์กับอดีตผู้สมัคร ส.ส. ของจังหวัดรายหนึ่ง โดยระบุว่าถูกหลอกให้จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้ลูกหลานสอบบรรจุเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แต่เมื่อมีการประกาศผลกลับไม่มีชื่อผู้เข้าสอบทั้ง 5 คนตามที่ตกลงไว้
รายละเอียดการแจ้งความและหลักฐาน
ผู้เสียหาย ซึ่งอายุ 64 ปี ตามที่ปรากฏในเอกสารการแจ้งความ ให้การว่าตนรู้จักกับอดีตผู้สมัคร ส.ส. รายดังกล่าวและได้รับการชักชวนเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ว่าสามารถช่วยให้บุคคลสอบผ่านและบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานท้องถิ่นได้ ผู้เสียหายจึงนำเงินส่วนตัวจำนวน 2,350,000 บาท มามอบให้ เพื่อหวังให้ลูกหลานจำนวน 5 คน ได้รับการบรรจุ
หลังการมอบเงิน เจ้าทุกข์ระบุว่าเมื่อมีการประกาศผลการสอบปรากฏว่าไม่มีชื่อผู้ใดจากทั้ง 5 คนที่ตกลงไว้ ผู้เสียหายพยายามติดต่อเพื่อขอเงินคืนหลายครั้งแต่ถูกบ่ายเบี่ยง ทั้งอ้างเดินทางต่างจังหวัด อ้างเดินทางไปกรุงเทพฯ และระบุว่าจะติดตามเงินคืนให้ ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าได้ถูกหลอกลวงจริง จึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน
"ถูกหลอกลวงอย่างแน่นอน"
ผู้เสียหายยังนำแชตข้อความสนทนาระหว่างตนกับอดีตผู้สมัครที่ถูกกล่าวหา มาเป็นหลักฐานประกอบการแจ้งความ ตั้งแต่ช่วงการตกลงฝากเด็กเข้าสอบจนถึงช่วงหลังประกาศผลซึ่งไม่มีรายชื่อผู้เข้าสอบทั้ง 5 คน
ผลกระทบต่อชุมชนและคำถามเชิงกฎหมาย
กรณีดังกล่าวสะท้อนปัญหาหนึ่งในพื้นที่ท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของประชาชนในการสรรหาบุคลากรภาครัฐ รวมทั้งช่องทางที่ผู้ไม่หวังดีอาจใช้ความสัมพันธ์หรือสถานะทางสังคมเพื่อเรียกรับประโยชน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมักเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการทำธุรกรรมด้วยวาจาที่ไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร และควรเก็บรักษาหลักฐานการโอนเงินหรือข้อความสนทนาไว้เพื่อนำเสนอต่อพนักงานสอบสวนเมื่อจำเป็น
- ยอดเงินที่ผู้เสียหายอ้างว่าเสียหาย: 2,350,000 บาท
- จำนวนบุคคลที่ถูกอ้างว่าจะได้รับการบรรจุ: 5 คน
- วันที่ผู้เสียหายมาร้องทุกข์ต่อ สภ.อุทุมพรพิสัย: 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569
การดำเนินคดีและขั้นตอนต่อไป
จากการแจ้งความในความผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์ พนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งตรวจสอบข้อความแชตและเส้นทางการโอนเงิน หากพบว่ามีพฤติการณ์เป็นการฉ้อโกงจริง เจ้าหน้าที่อาจมีการออกหมายเรียกหรือออกหมายจับต่อผู้ต้องหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้เสียหายยืนยันว่าต้องการให้คดีถึงที่สุดและขอเงินคืนเพียงบางส่วนคือจำนวน 1,000,000 บาท ตามที่ให้การกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะเป็นผู้ชี้แจงต่อไปเกี่ยวกับขั้นตอนการสอบสวนและการเรียกคืนทรัพย์
ข้อแนะนำสำหรับประชาชน
กรณีลักษณะนี้เป็นตัวอย่างเตือนใจว่าการใช้ช่องทางส่วนตัวหรือการพึ่งพาความสัมพันธ์เพื่อการบรรจุเข้าทำงานสาธารณะอาจสุ่มเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง หากประชาชนพบการเรียกรับผลประโยชน์หรือข้อเสนอที่ไม่น่าเชื่อถือ ควรทำดังนี้
- ขอหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเอกสารยืนยัน
- ตรวจสอบวงเงินการโอนและเก็บสลิปการโอนเป็นหลักฐาน
- ปรึกษาทนายความหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีเมื่อสงสัยว่าเป็นการฉ้อโกง
| ประเด็น | ข้อมูล |
|---|---|
| ผู้เสียหาย | ชาย อายุ 64 ปี |
| ผู้ถูกร้องเรียน | อดีตผู้สมัคร ส.ส. ศรีสะเกษ (ไม่ระบุชื่อพรรค) |
| จำนวนเงิน | 2,350,000 บาท |
| จำนวนบุคคลที่ฝากสอบ | 5 คน |
| สถานที่แจ้งความ | สภ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ |
พนักงานสอบสวนจะเป็นผู้พิจารณาหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ทางสำนักงานตำรวจท้องที่และฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ออกแถลงอย่างเป็นทางการในเวลาที่รายงานข่าวฉบับนี้
ผู้สื่อข่าวจะติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีและการชี้แจงจากฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา พร้อมรายงานให้ประชาชนทราบต่อไป