เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2569 จังหวัดพังงาประสบเหตุ น้ำท่วมครั้งรุนแรงสุดในรอบปี โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า ซึ่งมีรายงานว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบรวมกันกว่า 1,000 ครัวเรือน กระจายใน 5 ตำบล พร้อมมีบางจุดระดับน้ำท่วมสูงเกิน 2 เมตร ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำเรือออกช่วยเหลือและอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย
ภาพรวมสถานการณ์และการตอบโต้ของหน่วยงาน
ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้มอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ร่วมกับนายอำเภอตะกั่วป่า ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.) รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครพื้นที่ เพื่อประสานการช่วยเหลือฉุกเฉิน
เจ้าหน้าที่ได้นำ เรือยาง เข้าไปยังหมู่ 3 ตำบลโคกเคียน เพื่อนำประชาชนที่ได้รับผลกระทบออกจากพื้นที่ซึ่งมีระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร โดยพบว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งยอมอพยพไปอาศัยกับญาติ ขณะที่ยังมี 8 ครัวเรือน ที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากเป็นห่วงทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่พยายามชวนให้ย้ายไปยังจุดปลอดภัยและส่งอาหารกล่องกับน้ำดื่มให้
การจัดสรรความช่วยเหลือฉุกเฉิน
ในเบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดตั้งโรงครัวและเตรียมการแจกจ่ายอาหารน้ำดื่ม พร้อมนำรถน้ำมาสนับสนุนการผลิตและแจกจ่ายน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน นอกจากนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดพังงาได้รับมอบหมายให้เตรียมถุงยังชีพจำนวน ประมาณ 250 ชุด แบ่งส่วนเพื่อรองรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้
- อำเภอกะปง ประมาณ 50 ครัวเรือน
- อำเภอตะกั่วป่า ประมาณ 200 ครัวเรือน
การประสานงานยังรวมถึงมูลนิธิและองค์กรอาสาสมัครในพื้นที่ เพื่อช่วยเตรียมโรงครัวร่วมและกระจายอาหารให้ถึงผู้ที่ไม่สามารถประกอบอาหารเองได้
พื้นที่ได้รับผลกระทบ
ข้อมูลจากการสำรวจเบื้องต้นระบุว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบด้านน้ำท่วมในอำเภอตะกั่วป่า ครอบคลุม 5 ตำบล ได้แก่
| ตำบล | สถานะ |
|---|---|
| โคกเคียน | ได้รับผลกระทบรุนแรง มีบางพื้นที่ระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร |
| บางไทร | มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมและตั้งโรงครัวช่วยเหลือ |
| ตำตัว | ได้รับผลกระทบบ้างในพื้นที่ลุ่มต่ำ |
| บางนายสี | พื้นที่ลุ่มน้ำได้รับผลกระทบ |
| ตะกั่วป่า (ตำบล) | มีจุดน้ำท่วมกระจายและการเข้าให้ความช่วยเหลือ |
รวมแล้วทั้ง 5 ตำบลมีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 1,000 ครัวเรือน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เจ้าหน้าที่ประเมินจากการสำรวจเบื้องต้นในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม
ความกังวลของประชาชนและข้อเรียกร้องเชิงสังคม
แม้ส่วนใหญ่ประชาชนจะอพยพไปยังที่ปลอดภัย บางครอบครัวยังเลือกอยู่ในบ้านเพราะห่วงทรัพย์สิน ซึ่งเป็นปัญหาที่หน่วยงานท้องถิ่นต้องให้ความสำคัญ ทั้งด้านการจัดเก็บสิ่งของมีค่า การรักษาความปลอดภัย และการให้ข้อมูลชัดเจนเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนยอมย้ายไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว
การเกิดน้ำท่วมซ้ำซ้อนในช่วงฤดูฝนครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นช่องว่างในระบบการเตือนภัยชุมชน การจัดการพื้นที่เสี่ยง และการวางแผนรองรับผู้เปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งต้องการการอพยพที่เร่งด่วนและทรัพยากรช่วยเหลือเฉพาะด้าน
แนวทางต่อไปและข้อแนะนำ
เจ้าหน้าที่จังหวัดและหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยขอความร่วมมือให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัย หลีกเลี่ยงการสัญจรในจุดที่น้ำท่วมสูง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อความปลอดภัย
สถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่และลุ่มน้ำที่ระบายลงมา เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะเร่งสำรวจความเสียหายและจัดลำดับการช่วยเหลือตามความจำเป็นต่อไป