เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องและมวลน้ำไหลหลากจากอำเภอกะปงและเทือกเขาสกลงสู่แม่น้ำตะกั่วป่า ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงและเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา
พื้นที่ได้รับผลกระทบและการช่วยเหลือ
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง ได้แก่ ตำบลโคกเคียน ตำบลบางไทร ตำบลตำตัว ตำบลบางนายสี และเขตเทศบาลเมืองตะกั่วป่า โดยหนักสุดอยู่ใน ตำบลโคกเคียน ซึ่งประชาชนยังคงต้องใช้เรือเป็นพาหนะหลักในการเข้า–ออกหมู่บ้าน แม้ว่าระดับน้ำบางจุดจะเริ่มลดลง แต่หลายชุมชนยังคงเก็บสิ่งของและเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้บนที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม
- เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 18 ลงพื้นที่สำรวจด้วยเรือท้องแบบและแจกข้าวกล่องให้กับประชาชนที่ไม่สามารถออกจากบ้านได้
- สถานีกาชาดที่ 14 พังงาเฉลิมพระเกียรติฯ ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานท้องถิ่นจัดถุงยังชีพประกอบด้วยข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่ม เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้เดือดร้อน
- เจ้าหน้าที่ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมในเขตเทศบาลเมืองตะกั่วป่า
ตัวเลขเบื้องต้นของบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ
ข้อมูลการประเมินเบื้องต้นที่ได้รับจากการสำรวจพื้นที่ชี้ให้เห็นว่าแต่ละหมู่บ้านในตำบลโคกเคียนมีบ้านเรือนได้รับผลกระทบแตกต่างกันไป ดังนี้
| หมู่ | จำนวนหลังคาเรือนที่ได้รับผลกระทบ |
|---|---|
| หมู่ 1 | ประมาณ 200 หลังคาเรือน |
| หมู่ 2 | 3 หลัง |
| หมู่ 3 | 9 หลัง |
| หมู่ 4 | 50 หลัง |
| หมู่ 5 | 135 หลัง |
| หมู่ 6 | 141 หลัง |
| หมู่ 7 | 80 หลัง |
| หมู่ 8 | 150 หลัง |
| หมู่ 9 | 48 หลัง |
สำหรับตำบลอื่น ๆ มีการสำรวจเบื้องต้นดังนี้: ตำบลบางไทรพบบ้านเรือนในแต่ละหมู่ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงวัดและศาลเจ้า ส่วนตำบลตำตัวมีประมาณ 35 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบ และตำบลบางนายสีประมาณ 22 หลังคาเรือน ขณะที่เขตเทศบาลเมืองตะกั่วป่ายังอยู่ระหว่างการสำรวจรายละเอียดเพิ่มเติม
ความเสี่ยงที่ยังต้องจับตา
แม้ระดับน้ำบางจุดจะเริ่มลดลง แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีน้ำจากพื้นที่สูงไหลลงมาได้อีกและสภาพอากาศยังคงผันผวน นอกจากนี้ การใช้งานระบบระบายน้ำและสภาพตลิ่งในบางจุดอาจเป็นปัจจัยให้เกิดน้ำท่วมซ้ำได้หากไม่มีการจัดการอย่างทันท่วงที
“เจ้าหน้าที่ได้นำเรือเข้าไปแจกจ่ายสิ่งของและตรวจสอบความเสียหาย พร้อมจัดทำถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน”
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย ได้เตรียมกำลังและทรัพยากรเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการอพยพผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดปลอดภัยและจัดส่งอาหาร น้ำดื่ม รวมทั้งให้คำแนะนำในการป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม
สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนความเปราะบางของพื้นที่ริมแม่น้ำต่อเหตุฝนตกหนักและน้ำหลากจากต้นน้ำ การวางแผนระยะยาวด้านการจัดการน้ำ การพัฒนาระบบระบายน้ำ และการสร้างความตระหนักของชุมชนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการลดผลกระทบจากเหตุการณ์ซ้ำในอนาคต