ภาพรวมสถานการณ์และผลกระทบ
พังงา — สถานการณ์ น้ำท่วม ในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลโคกเคียนยังคงวิกฤตในบางจุด หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้มวลน้ำจากอำเภอกะปงและเทือกเขาสกไหลลงสู่แม่น้ำตะกั่วป่าและเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ริมสองฝั่งตั้งแต่คืนวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2569
แม้ว่าระดับน้ำในบางพื้นที่จะเริ่มลดลง แต่หลายชุมชนยังมีน้ำท่วมขังและยังจำเป็นต้องใช้ เรือ เป็นพาหนะในการเข้า-ออกหมู่บ้าน เพื่อการส่งอาหารและสิ่งของจำเป็นให้แก่ครัวเรือนที่ติดขัดการสัญจร เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเร่งให้ประชาชนเก็บของใช้ที่อาจเสียหาย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ให้ขึ้นไปไว้บนที่สูงและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
การช่วยเหลือจากหน่วยงานและชุมชน
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลโคกเคียน ร่วมกับหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ได้นำเรือท้องแบนลงสำรวจความเสียหายและแจกจ่ายอาหารกล่องให้กับครัวเรือนที่ไม่สามารถออกจากบ้านได้ พร้อมกับการจัดชุดถุงยังชีพโดย สถานีกาชาดที่ 14 พังงา เฉลิมพระเกียรติฯ ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายปกครองอำเภอตะกั่วป่า
“แม้ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังและยกสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นไว้บนที่สูง”
ถุงยังชีพที่จัดเตรียมประกอบไปด้วยข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่ม เป็นความช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
จำนวนบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ
ข้อมูลการสำรวจเบื้องต้นระบุว่า ตำบลโคกเคียนเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีบ้านเรือนในแต่ละหมู่ได้รับความเสียหายตามจำนวนดังต่อไปนี้
| หมู่ | จำนวนหลังคาเรือนที่ได้รับผลกระทบ |
|---|---|
| หมู่ 1 | ประมาณ 200 หลังคาเรือน |
| หมู่ 2 | 3 หลัง |
| หมู่ 3 | 9 หลัง |
| หมู่ 4 | 50 หลัง |
| หมู่ 5 | 135 หลัง |
| หมู่ 6 | 141 หลัง |
| หมู่ 7 | 80 หลัง |
| หมู่ 8 | 150 หลัง |
| หมู่ 9 | 48 หลัง |
นอกจากนี้ ตำบลบางไทร ตำบลตำตัว และตำบลบางนายสี รวมถึงเขตเทศบาลเมืองตะกั่วป่ายังมีรายงานบ้านเรือนและสถานที่สาธารณะได้รับผลกระทบ ทั้งวัดและศาลเจ้าในบางหมู่บ้านต้องเผชิญน้ำท่วมเช่นกัน เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม
ข้อแนะนำและผลกระทบในระยะถัดไป
จากสถานการณ์ปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติดังนี้
- เฝ้าติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น
- ย้ายสิ่งของที่มีมูลค่าและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย
- ระมัดระวังการใช้ไฟฟ้าและแก๊สภายในบ้านเมื่อพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง
- ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือติดต่อหน่วยงานปกครองท้องถิ่นหรือหน่วยกู้ภัยที่เข้าไปให้บริการในพื้นที่
การเฝ้าระวังในช่วงนี้มีความสำคัญ เนื่องจากแม้ระดับน้ำจะลดลงในบางจุด หากมีฝนตกหนักเพิ่มเติมหรือมีการระบายจากต้นน้ำระดับน้ำอาจกลับเพิ่มขึ้นได้อีก เจ้าหน้าที่ได้วางแผนเร่งสำรวจความเสียหายอย่างเป็นระบบเพื่อวางมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูต่อไป
ทีมข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การฟื้นฟูหลังน้ำลดจะต้องมีการประเมินความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟฟ้า และระบบสาธารณูปโภค เพื่อให้การกลับคืนสู่สภาพปกติเป็นไปอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว