สิ่งแวดล้อม นครพนม นครพนม (19)

น้ำโขงทรงตัว กระทบการระบายน้ำสาขา นาข้าวนครพนมเน่ากว่า 5 หมื่นไร่ จ่อแตะเกือบแสนไร่

ระดับน้ำโขงทรงตัวทำให้ลำน้ำสาขาระบายช้า ส่งผลให้ลำน้ำอูนและลำน้ำสงครามท่วมขังนานเกือบ 2 เดือน เบื้องต้นมีนาข้าวเน่าเสียหายมากกว่า 50,000 ไร่ ทางจังหวัดประกาศพื้นที่ประสบภัย 11 อำเภอ พร้อมเร่งสำรวจและให้ความช่วยเหลือตามระเบียบราชการ

น้ำโขงทรงตัว กระทบการระบายน้ำสาขา นาข้าวนครพนมเน่ากว่า 5 หมื่นไร่ จ่อแตะเกือบแสนไร่
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครพนมยังคงสร้างความเสียหายต่อการเกษตร หลังจากระดับแม่น้ำโขงยังคงทรงตัว ส่งผลให้ลำน้ำสาขาหลักหลายสายระบายไม่สะดวก ทำให้น้ำท่วมขังพื้นที่เพาะปลูกเป็นเวลานานจนเกิดความเสียหายอย่างกว้างขวาง

พื้นที่ได้รับผลกระทบและความเสียหายเบื้องต้น

รายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่า ลำน้ำอูนและลำน้ำสงครามมีปริมาณน้ำเกินความจุและล้นเข้าท่วมพื้นที่นาในอำเภอนาหว้า อำเภอนาทม และอำเภอศรีสงคราม ทำให้มีนาข้าวที่เน่าเสียหายแล้วไม่น้อยกว่า 50,000 ไร่ และหากภาวะน้ำท่วมขังยังคงอยู่อีกประมาณ 1 เดือน คาดว่าจะมีพื้นที่นาข้าวทั้งจังหวัดได้รับความเสียหายเกือบ 100,000 ไร่

ระดับน้ำโขงขณะนี้ลดลงต่อเนื่องวันละประมาณ 10–20 เซนติเมตร แต่ยังอยู่ที่ระดับประมาณ 9.10 เมตร ซึ่งต่ำกว่าระดับวิกฤติที่เสี่ยงล้นท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำที่ 12 เมตร อย่างไรก็ตาม การที่ระดับน้ำอยู่ในระดับน้ันทำให้การระบายน้ำจากลำน้ำสาขาไปยังแม่น้ำโขงทำได้ช้าลง และหากมีฝนตกหนักซ้ำเข้ามา จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการขยายวงกว้างของน้ำท่วม

มาตรการของหน่วยงานท้องถิ่นและการให้ความช่วยเหลือ

หน่วยงานเกษตรจังหวัดนครพนมได้ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อออกสำรวจความเสียหายและขึ้นทะเบียนพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการ โดยอัตราชดเชยที่แจ้งคือ ไร่ละ 2,240 บาท และจำกัดการช่วยเหลือต่อรายไม่เกิน 30 ไร่

  • พื้นที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย: 11 อำเภอ จากทั้งหมด 12 อำเภอในจังหวัด
  • แม่น้ำสายที่ส่งผลหลัก: ลำน้ำอูน และ ลำน้ำสงคราม
  • ระดับน้ำโขงปัจจุบัน: ประมาณ 9.10 เมตร

ผลกระทบต่อชุมชนและความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อาหาร

การสูญเสียพื้นที่เพาะปลูกในระดับหมื่นไร่ย่อมส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรรายย่อย รวมทั้งห่วงโซ่อุปทานข้าวในภาคท้องถิ่น หากจำนวนพื้นที่ที่เสียหายขยายตัวไปแตะเกือบแสนไร่ อาจเกิดผลต่อราคาพืชผลและการจัดหาวัตถุดิบสำหรับการบริโภคภายในชุมชน

นอกจากผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตแล้ว น้ำท่วมขังเป็นเวลานานยังเพิ่มความเสี่ยงด้านโรคพืช โรคกล้ามเนื้อพืช และปัญหาการฟื้นตัวของดิน การจัดการพื้นที่หลังน้ำลดจึงต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาปลูกพืชได้อย่างปลอดภัย

แนวทางปฏิบัติที่เกษตรกรควรเตรียมตัว

หน่วยงานส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้เกษตรกรเตรียมแผนป้องกันและการฟื้นฟูหลังน้ำลด อาทิ การขึ้นทะเบียนความเสียหายเพื่อรับเงินชดเชย การตรวจสอบคุณภาพดินก่อนเพาะปลูกซ้ำ และการวางแผนเปลี่ยนชนิดพืชหากดินยังไม่พร้อมสำหรับการปลูกข้าวทันที

หัวข้อ ข้อมูลที่รายงาน
พื้นที่นาข้าวเน่าเสียหาย (เบื้องต้น) กว่า 50,000 ไร่
ความเสียหายคาดการณ์ (หากน้ำท่วมยืดเยื้อ) เกือบ 100,000 ไร่
ระดับน้ำโขงปัจจุบัน ประมาณ 9.10 เมตร
ค่าชดเชยตามระเบียบ 2,240 บาท/ไร่ (ไม่เกิน 30 ไร่/ราย)

จังหวัดนครพนมได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมรวม 11 อำเภอ เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือและดำเนินการตามขั้นตอนของทางราชการ ทั้งนี้ หน่วยงานท้องถิ่นยังเฝ้าติดตามสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หากมีการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำหรือเกิดฝนตกหนักเพิ่มเติม

การบริหารจัดการหลังน้ำลด ทั้งการสำรวจความเสียหายอย่างละเอียด การให้เงินช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ และมาตรการฟื้นฟูดิน ถือเป็นความจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

19นครพนม

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น นครพนม ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว