กรุงเทพมหานครเดินหน้าขยายมาตรการดูแลผู้ไร้ที่พึ่งในพื้นที่ชุมชนใจกลางเมือง โดยจัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่สำรวจประชาชนที่อาศัยหรือเร่ร่อนตามถนนในเขตพระนครและบริเวณใกล้เคียง เพื่อลงทะเบียน คัดกรอง และส่งต่อเข้าระบบช่วยเหลือที่เหมาะสมทั้งด้านสวัสดิการ สุขภาพกาย และสุขภาพจิต
แผนปฏิบัติการและการทำงานเป็นทีม
การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้มีการประสานงานระหว่างหลายหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สำนักเทศกิจ สำนักพัฒนาสังคม สำนักอนามัย และสำนักงานเขตทั้งเขตพระนครและเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย รวมทั้งประสานกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตำรวจ ทหาร และทีม MCATT เพื่ออำนวยความร่วมมือด้านการคัดกรองและการส่งต่อผู้ต้องการความช่วยเหลือ
ระยะเวลาและพื้นที่ปฏิบัติงาน
กรุงเทพฯ จัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่วันละ 3 รอบ คือเวลา 18.00 น. 20.00 น. และ 22.00 น. เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569 โดยเน้นพื้นที่ 4 จุดหลัก ได้แก่
- ราชดำเนินกลาง
- ตรอกสาเก–ถนนโบราณศาสตร์
- ถนนอัษฎางค์
- บริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผม–ศาลฎีกา
ผลการดำเนินงานเชิงตัวเลข
จากการทำงานสะสมระหว่างวันที่ 27–31 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่รายงานผลการคัดกรองและเชื่อมโยงความช่วยเหลือเบื้องต้น
| ตัวชี้วัด | จำนวน |
|---|---|
| เข้าสู่กระบวนการคัดกรองและระบบช่วยเหลือ | 91 คน |
| ประสานส่งต่อไปยัง "บ้านอิ่มใจ" | 28 คน (ชาย 21, หญิง 7) |
| เฉพาะวันที่ 31 ส.ค. เวลา 22.00 น. | คัดกรอง 9 คน, ส่งต่อ "บ้านอิ่มใจ" 4 คน |
แนวทางการเข้าช่วยเหลือ
แนวปฏิบัติของกทม.ในการให้ความช่วยเหลือยึดหลักการที่ชัดเจนคือการชวนเข้าสู่ระบบโดยไม่บังคับ และเน้นการเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เจ้าหน้าที่จะพูดคุย ทำความเข้าใจกับผู้พบเห็น ประเมินความต้องการเป็นรายบุคคล และเชื่อมต่อไปยังหน่วยบริการที่เหมาะสม ทั้งด้านสวัสดิการสังคม การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูจิตใจ
“ชวน ไม่บังคับ ดูแล ไม่ทอดทิ้ง”
บริการเชื่อมโยงและการฝึกอาชีพ
หนึ่งในเป้าหมายของการส่งต่อผู้ไร้ที่พึ่งเข้าไปยังสถานพักฟื้นอย่าง "บ้านอิ่มใจ" คือการสร้างโอกาสให้คนกลุ่มนี้ได้รับการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมจัดกิจกรรมฝึกอาชีพเพื่อเตรียมกลับไปสู่สังคมอย่างยั่งยืน นโยบายดังกล่าวมุ่งลดความเสี่ยงซ้ำและเพิ่มศักยภาพให้ผู้รับบริการสามารถเลี้ยงตัวเองได้ในระยะยาว
ผลกระทบต่อชุมชนและความท้าทาย
การลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องของกทม.มีความสำคัญต่อความปลอดภัยและภาพลักษณ์ของพื้นที่ใจกลางเมือง ทั้งยังเป็นการตอบโจทย์ด้านสังคมโดยตรง อย่างไรก็ตาม การทำงานยังเผชิญปัญหาความสมัครใจของผู้ถูกคัดกรอง ปัญหาสุขภาพจิตที่ซับซ้อน และความจำเป็นต้องมีทรัพยากรต่อเนื่องทั้งบุคลากรที่มีทักษะและงบประมาณในการดูแลระยะยาว
ข้อแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับประชาชน
กรุงเทพมหานครเชิญชวนประชาชนที่พบเห็นผู้ไร้ที่พึ่งหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือให้แจ้งสำนักเขตหรือศูนย์บริการสาธารณะใกล้บ้าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการคัดกรองและให้การช่วยเหลือตามความเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงเวลาทำการลงพื้นที่ หากเห็นบุคคลที่กำลังมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ขอให้แจ้งหน่วยการแพทย์ฉุกเฉินหรือสายด่วนทันที
การบูรณาการงานหลายหน่วยงานของกรุงเทพมหานครในรอบนี้ถือเป็นการขยายมาตรการเชิงปฏิบัติที่มุ่งหวังลดความเปราะบางในเมืองหลวง แต่ความยั่งยืนต้องอาศัยการร่วมมือจากภาคประชาชน ภาคเอกชน และองค์กรภาคสังคมเพื่อสนับสนุนทรัพยากรและแนวทางการฟื้นฟูที่ยาวนานต่อไป
รายงานจากภาคสนามระบุว่าการปฏิบัติการยังคงเดินหน้าในรอบค่ำค่ำต่อไปตามแผนที่ประกาศ เพื่อคัดกรองและเชื่อมโยงความช่วยเหลือให้ครอบคลุมผู้ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือในพื้นที่ใจกลางเมือง