สังคม ขอนแก่น ขอนแก่น (15)

ทนายยื่นเอกสารกว่า 200 หน้า ชงโอนที่ดินวัดป่าอดุลยารามเป็นชื่อวัด ไม่ต้องรอทายาท

มูลนิธิทนายกองทัพธรรมยื่นข้อเสนอและแนวคำพิพากษาต่อสำนักงานที่ดินขอนแก่น บังคับใช้หลักการสละที่ดินสร้างวัดให้กรรมสิทธิ์ตกเป็นของวัดทันที ขณะสำนักงานที่ดินรอหนังสือตอบจากกรมที่ดินเพื่อนำเสนอผู้ว่าฯ ขอนแก่นตามขั้นตอน

ทนายยื่นเอกสารกว่า 200 หน้า ชงโอนที่ดินวัดป่าอดุลยารามเป็นชื่อวัด ไม่ต้องรอทายาท
©ภาพประกอบ นภาพร คำแก้ว / we-news.com

ขอนแก่น — วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ตัวแทนมูลนิธิทนายกองทัพธรรมได้นำส่งเอกสารข้อเสนอและแนวคำพิพากษาต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด เพื่อเสนอแนวทางการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินของ วัดป่าอดุลยาราม ให้เป็นชื่อวัดโดยไม่จำเป็นต้องรอการมาจดทะเบียนโอนจากทายาทผู้บริจาคเดิม

เนื้อหาเอกสารและสาระสำคัญ

เอกสารที่ยื่นประกอบด้วยข้อเสนอและความเห็นทางกฎหมายพร้อมแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งรวมความยาวมากกว่า 200 หน้า โดยตัวแทนมูลนิธิระบุว่าข้อมูลเหล่านี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาของเจ้าหน้าที่และเพื่อชี้ให้เห็นหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสละหรือบริจาคที่ดินเพื่อสร้างวัด

"เอกสารที่นำมายื่นเป็นเพียงข้อเสนอและความเห็นทางกฎหมาย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ประกอบการพิจารณาตามระเบียบ ไม่ใช่การกดดันหรือเร่งรัดการทำงาน"

จากสาระสำคัญที่นำเสนอ มูลนิธิอ้างอิงแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ระบุว่าเมื่อลูกหรือตัวบุคคลสละหรือบริจาคที่ดินเพื่อก่อสร้างวัดแล้ว กรรมสิทธิ์ในที่ดินย่อมตกเป็นของวัดโดยสมบูรณ์ ทำให้ตามหลักกฎหมายไม่จำเป็นต้องเรียกทายาทของผู้บริจาคมาจดโอนอีกครั้ง

ขั้นตอนต่อไปของสำนักงานที่ดิน

เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นระบุว่าเรื่องดังกล่าวได้ถูกส่งไปยัง กรมที่ดิน เพื่อพิจารณาตามมาตรา 84 และขณะนี้อยู่ระหว่างการรอหนังสือตอบกลับจากกรมก่อนที่จะรวบรวมข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนเพื่อนำเสนอแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นตามขั้นตอนต่อไป

รายการเอกสาร ผู้รับ ความยาวโดยประมาณ
ข้อเสนอและความเห็นทางกฎหมายพร้อมแนวคำพิพากษา สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น มากกว่า 200 หน้า
สำเนาเอกสารเรียนถึง อธิบดีกรมที่ดิน หนึ่งฉบับ

ความสำคัญต่อพื้นที่และข้อพิจารณา

ประเด็นการโอนที่ดินวัดเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของทรัพย์สินสาธารณะและกิจการของวัด หากการพิจารณาตามแนวข้อกฎหมายที่นำเสนอเป็นที่ยอมรับ ก็จะช่วยลดขั้นตอนและความยุ่งยากทางเอกสารสำหรับวัดที่เกิดจากการบริจาคที่ดินในอดีต โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถตามหาทายาทผู้บริจาคเดิมได้

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจในเชิงปฏิบัติยังเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่และกรมที่ดินซึ่งต้องวิเคราะห์รายละเอียดของแต่ละกรณีอย่างรอบคอบ รวมทั้งต้องมีการตรวจสอบหลักฐานเชิงประวัติศาสตร์และทางทะเบียนสิทธิในที่ดินเพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต

มุมมองจากฝ่ายกฎหมายและสาธารณะ

ตัวแทนมูลนิธิยืนยันว่าเจตนาของการยื่นเอกสารครั้งนี้ไม่ใช่การกดดันเจ้าหน้าที่ แต่ต้องการให้มีข้อมูลทางกฎหมายประกอบการพิจารณาในคดีที่ชาวบ้านให้ความสนใจ ขณะเดียวกันประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคงติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ระบบการจัดการที่ดินและการรักษาสิทธิของวัดเป็นไปอย่างชัดเจนและเป็นธรรม

  • เอกสารข้อกฎหมายและแนวคำพิพากษา ยื่นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569
  • สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นส่งเรื่องไปยัง กรมที่ดินเพื่อตรวจสอบตามมาตรา 84
  • การตัดสินขั้นสุดท้ายจะต้องนำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นตามขั้นตอน

คดีนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนในแนวปฏิบัติของการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่สถาบันศาสนาหรือไม่ขึ้นกับการวินิจฉัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการนำแนวคำพิพากษามาใช้ประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ ผู้สื่อข่าวจะติดตามความคืบหน้าและรายงานต่อไป

นภาพร คำแก้ว
นภาพร AI ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่น ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ นภาพร ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

15ขอนแก่น

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ขอนแก่น ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว