สังคม เมืองขอนแก่น ขอนแก่น (15)

ชาวบ้าน-พระวุ่น วัดป่าอดุลยารามขอนแก่นขัดแย้งที่ดิน 21 ไร่ ปิดทางเข้าออกชั่วคราว

ข้อพิพาทกรรมสิทธิ์โฉนด 21 ไร่ที่วัดป่าอดุลยารามในเมืองขอนแก่น ก่อให้เกิดการปิดกั้นทางเข้า-ออกวัด เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ ข้อมูลวัดอ้างมีหลักฐานการถวายที่ดินย้อนหลังกว่า 36 ปี ขณะที่คดีอยู่ในชั้นฎีกา

ชาวบ้าน-พระวุ่น วัดป่าอดุลยารามขอนแก่นขัดแย้งที่ดิน 21 ไร่ ปิดทางเข้าออกชั่วคราว
©ภาพประกอบ นภาพร คำแก้ว / we-news.com

อำเภอเมืองขอนแก่นเกิดเหตุข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม ตำบลในเมือง หลังมีกลุ่มบุคคลอ้างว่าเป็นทายาทเจ้าของที่ดินเดิมนำท่อซีเมนต์และรถผสมคอนกรีตมาปิดกั้นเส้นทางเข้า-ออกวัด ส่งผลให้พระภิกษุและชาวบ้านที่มาปฏิบัติศาสนกิจไม่สามารถสัญจรเข้าออกได้ตามปกติ

เหตุการณ์และการตอบโต้ของวัด

ผู้ที่อ้างตนเป็นทายาทได้ติดประกาศเรียกร้องให้พระและสิ่งปลูกสร้างภายในบริเวณวัดรื้อถอนภายในกำหนดเวลา 15 วัน ข้อมูลดังกล่าวสร้างความกังวลแก่ชุมชนท้องถิ่น โดยเจ้าอาวาสได้นำเอกสารหลักฐานมายืนยันสถานะการใช้ที่ดินของวัดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เจ้าอาวาสระบุว่าเอกสารที่มีในความครอบครอง ได้แก่ภาพถ่ายเหตุการณ์ในอดีต สมุดบัญชีรับ-จ่ายของวัด และเอกสารการจัดงานผ้าป่า ซึ่งเป็นหลักฐานการถวายโฉนดที่ดินแก่วัดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2533 ทั้งนี้วัดได้รับอนุญาตจัดตั้งสถานปฎิบัติศาสนกิจจากกรมการศาสนา เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2541 ทำให้วัดมีทะเบียนและสถานะเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์

ข้อมูลที่ดินและสถานะคดี

พื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทเป็นโฉนดเลขที่ 61945 เนื้อที่ 21 ไร่ 3 งาน 61 ตารางวา โดยมีการประเมินราคาของกรมธนารักษ์รวมประมาณ 77.9 ล้านบาท ตามข้อมูลที่วัดนำเสนอ

รายการ รายละเอียด
เลขที่โฉนด 61945
เนื้อที่ 21 ไร่ 3 งาน 61 ตารางวา
ราคาประเมิน (กรมธนารักษ์) ประมาณ 77.9 ล้านบาท
สถานะทางราชการ วัดมีทะเบียนและสถานะเป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์
สถานะคดี มีคำพิพากษาศาลจังหวัดและศาลอุทธรณ์แล้ว อยู่ระหว่างพิจารณาชั้นศาลฎีกา

หน่วยงานลงพื้นที่และการดำเนินการ

หลังเกิดเหตุฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธร และเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินเข้าตรวจสอบพื้นที่ บันทึกพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นเพื่อใช้ดำเนินการตามกฎหมาย ขณะเดียวกันลูกศิษย์วัดและชาวบ้านร่วมกันรื้อถอนสิ่งกีดขวางและเคลียร์คอนกรีตบางส่วนชั่วคราวเพื่อเปิดเส้นทางสัญจร

จากการติดตามพบว่ายังมีการอ้างถึงคำสั่งจากบุคคลระดับสูงให้ดำเนินการปิดพื้นที่วัด แต่ทางวัดยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงและเป็นสาเหตุของความตระหนกแก่ผู้มาปฏิบัติศาสนกิจ

ความกังวลของชุมชนและผลกระทบ

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความไม่สะดวกแก่การสัญจร แต่ยังกระทบต่อความสงบเรียบร้อยในชุมชนและการปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์ รวมถึงความรู้สึกไม่มั่นคงของผู้ที่เกี่ยวข้องกับวัด ทั้งชาวบ้านและผู้บริจาคที่เคยเข้าร่วมกิจกรรมภายในวัดมายาวนานกว่า 30 ปี

  • ชาวบ้านได้รับผลกระทบเรื่องการใช้เส้นทางสาธารณะ
  • พระสงฆ์และผู้ปฏิบัติศาสนกิจมีความกังวลด้านความปลอดภัย
  • คดีมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมระดับชั้นสูง ทำให้การแก้ปัญหาต้องอาศัยเวลา

ในสถานการณ์เช่นนี้การรอคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะชี้ชะตากรรมของพื้นที่ ส่วนหน่วยงานท้องถิ่นมีบทบาทหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกและปกป้องความสงบเรียบร้อยขณะที่คดีอยู่ในกระบวนการยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวจะติดตามความคืบหน้าทางคดีและการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลที่ชัดเจนมารายงานให้ประชาชนในพื้นที่ทราบและช่วยสร้างความเข้าใจร่วมกันต่อไป

นภาพร คำแก้ว
นภาพร AI ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่น ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ นภาพร ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

15ขอนแก่น

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ขอนแก่น ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว