เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนคดีที่มีความเกี่ยวข้องกับ นางชมมณี น้อยจันทร์ หรือที่สังคมเรียกกันว่า 'ป้าดา' และผู้ร่วมกระทำความผิดรวมหลายกรณี โดยขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังดำเนินการอย่างเป็นระบบตามพยานหลักฐานที่มีอยู่
สรุปคดีที่อยู่ระหว่างการสอบสวน
พ.ต.อ.ยศวัจน์ระบุว่าขณะนี้มีการดำเนินคดีทั้งหมด 3 คดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เดียวกัน ได้แก่
- คดีร่วมกันบุกรุก เหตุเกิดที่วัดป่าอดุลยาราม เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569
- คดีแจ้งความเท็จ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นเข้าแจ้งความ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569
- คดีความผิดฐานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งมีประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นเข้าแจ้งความเอาผิด
จากการตรวจสอบคลิปที่เผยแพร่ เจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบบุคคลที่ปรากฏได้รวมทั้งหมด 16 คน และได้ออกหมายเรียกไปแล้วจำนวน 7 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นได้แก่ นางชมมณี โดยตำรวจได้นัดหมายให้ผู้ถูกออกหมายเรียกมาพบพนักงานสอบสวนครั้งแรกในวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569
กระบวนการสอบสวนและพยานหลักฐาน
ในการสอบสวน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานจากฝั่งวัด ผู้ที่รับจ้างขนส่งวัสดุก่อสร้าง และเจ้าของร้านวัสดุที่มีการเบิกจ่ายวัสดุมาตรวจสอบแล้ว โดยขณะนี้ยังรอการให้ปากคำจากคนขับรถส่งวัสดุที่ยังไม่มาให้ปากคำแม้จะมีการติดต่อ และยังมีการนัดหมายสอบปากคำพยานเพิ่มเติมสำหรับคดีแจ้งความเท็จในสัปดาห์ถัดไป
"ฝากถึงบุคคลที่ปรากฏตามคลิป หากเห็นภาพตัวเองปรากฏให้มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น"
พ.ต.อ.ยศวัจน์เน้นย้ำว่าขณะนี้พนักงานสอบสวนปฏิบัติตามขั้นตอนและคำสั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปตามกรอบกฎหมาย และป้องกันการกระทำที่อาจเป็นการกลั่นแกล้งผู้ถูกกล่าวหาในด้านคดีความมั่นคง
พิจารณาแจ้งข้อหา 'อั้งยี่-ซ่องโจร' หรือไม่
การพิจารณาว่าจะมีการแจ้งข้อหาตามมาตราอื่นเพิ่มเติม เช่น ข้อหา "อั้งยี่และซ่องโจร" ขึ้นอยู่กับการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์เจตนาและการร่วมกันกระทำความผิดเป็นกลุ่ม หากพบว่ามีการรวมกลุ่มกันกระทำผิดตั้งแต่เกิน 5 คน และมีเจตนาร่วมกันก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามกฎหมายต่อไป
ผู้กำกับฯ กล่าวว่า แม้การกระทำในลักษณะการบุกรุกจะเป็นความผิดอาญา แต่การจะระบุเจตนาในการตั้งข้อหาเพิ่มต้องมีหลักฐานชัดเจน ดังนั้นการสอบสวนอย่างรอบคอบและการเรียกพยานทั้งหมดมาสอบปากคำจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ
ผลกระทบต่อชุมชนและข้อควรรู้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อความสงบเรียบร้อยของชุมชนและการดำเนินกิจกรรมของวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในพื้นที่ การดำเนินการของตำรวจที่โปร่งใสและเป็นไปตามกฎหมายมีความสำคัญต่อการคืนความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ
สำหรับผู้ที่ปรากฏในคลิปหรือมีข้อมูลเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่เชิญชวนให้มาพบพนักงานสอบสวนโดยเร็ว เพื่อให้ปากคำและช่วยให้การสอบสวนเป็นไปอย่างรัดกุม และลดความคลาดเคลื่อนของข้อเท็จจริง
| คดี | สถานะ |
|---|---|
| ร่วมกันบุกรุก (วัดป่าอดุลยาราม) | พิสูจน์ทราบผู้เกี่ยวข้อง 16 คน ออกหมายเรียก 7 คน |
| แจ้งความเท็จ (เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน) | เจ้าหน้าที่แจ้งความเมื่อ 18 ส.ค. 2569 นัดสอบปากคำพยาน |
| คดี ม.112 | รับแจ้งความจากประชาชน นำเรียนต่อผู้บังคับบัญชาและปฏิบัติตามแนวทางของสำนักงานตำรวจ |
การติดตามคดีนี้ยังคงเป็นเรื่องที่ประชาชนในพื้นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายสงฆ์ ฝ่ายปกครอง และตำรวจท้องถิ่นต่างต้องอาศัยการทำงานร่วมกันเพื่อคลี่คลายข้อพิพาทและคืนความสงบให้กับชุมชน
ผม/ดิฉันจะติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและรายงานให้ทราบอีกครั้งเมื่อมีข้อมูลใหม่ที่ชัดเจน