กรุงเทพมหานครลงพื้นที่คัดกรองคนไร้ที่พึ่งในหลายจุดใจกลางเมือง พร้อมประสานส่งต่อเข้าสู่ “บ้านอิ่มใจ” เพื่อให้ได้รับการฟื้นฟู ทั้งด้านสวัสดิการ สุขภาพกาย และสุขภาพจิต รวมถึงการอบรมอาชีพเพื่อสร้างโอกาสกลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน การดำเนินงานดังกล่าวดำเนินขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569
ทีมปฏิบัติการผสานหน่วยงานลงพื้นที่ 3 รอบต่อวัน
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์ลงทะเบียนและการคัดกรองบริเวณตรอกสาเก เขตพระนคร เพื่อดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ลงสำรวจ พูดคุย และเชิญชวนผู้ไร้ที่พึ่งเข้าสู่ระบบความช่วยเหลือ โดยการทำงานยึดแนวทาง
“ชวน ไม่บังคับ ดูแล ไม่ทอดทิ้ง”ซึ่งเน้นการเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมทั้งการประเมินความต้องการเป็นรายบุคคลก่อนส่งต่อระบบดูแลที่เหมาะสม
กทม.จัด 4 ชุดปฏิบัติการ ลงพื้นที่วันละ 3 รอบ เวลา 18.00 น., 20.00 น. และ 22.00 น. โดยมีหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติ ได้แก่ สำนักเทศกิจ (สนท.), สำนักพัฒนาสังคม (สพส.), สำนักอนามัย (สนอ.), สำนักงานเขตพระนคร และสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย พร้อมประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตำรวจ ทหาร และทีม MCATT เพื่อสนับสนุนการดูแลและส่งต่อผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ
ผลดำเนินงานเบื้องต้นและจุดที่ลงพื้นที่
ผลการปฏิบัติงานสะสมระหว่างวันที่ 27–31 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พบว่า มีผู้ผ่านกระบวนการคัดกรองและเข้าสู่ระบบช่วยเหลือแล้วรวม 91 คน และมีการประสานส่งต่อไปยังศูนย์พักพิงและฟื้นฟู “บ้านอิ่มใจ” จำนวน 28 คน แยกเป็นชาย 21 คน และหญิง 7 คน โดยในวันที่ 31 สิงหาคม เวลา 22.00 น. เจ้าหน้าที่คัดกรองเข้าสู่ระบบได้ 9 คน และประสานส่งต่อบ้านอิ่มใจ 4 คน
กทม.ระบุจุดหลักที่ลงพื้นที่ ได้แก่
- ราชดำเนินกลาง
- ตรอกสาเก–ถนนโบราณศาสตร์
- ถนนอัษฎางค์
- บริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผม–ศาลฎีกา
การลงพื้นที่สลับกันในพื้นที่สำคัญของเขตพระนครและเขตป้อมปราบฯ มุ่งเป้าคัดกรองกลุ่มคนไร้ที่พึ่งที่อาศัยอยู่บริเวณสาธารณะ เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือเชิงระบบ ไม่ใช่การให้เพียงข้าวของชั่วคราว
การประเมินรายบุคคลและการเชื่อมต่อบริการ
กระบวนการคัดกรองของกทม.ดำเนินการด้วยการประเมินความต้องการเป็นรายบุคคล เพื่อพิจารณาการเชื่อมต่อบริการที่เหมาะสม ได้แก่ ด้านสวัสดิการสังคม การแพทย์รักษาพยาบาลพื้นฐาน บริการด้านสุขภาพจิต และการฝึกอาชีพเพื่อสร้างรายได้ในระยะยาว เจ้าหน้าที่ทำความเข้าใจและชวนเข้าสู่ระบบช่วยเหลือ โดยยึดกรอบการเคารพสิทธิ
การส่งต่อไปยัง “บ้านอิ่มใจ” เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบดูแล ซึ่งหากผู้ได้รับการช่วยเหลือต้องการบริการอื่น ๆ เจ้าหน้าที่ก็จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เช่น การลงทะเบียนสิทธิ์สวัสดิการ การรักษาพยาบาล หรือการเชื่อมต่อกับหน่วยงานองค์กรพัฒนาเอกชนที่ให้การฟื้นฟู
มุมมองเชิงนโยบายและผลกระทบต่อเมืองหลวง
การลงพื้นที่รอบนี้สะท้อนให้เห็นความพยายามของกรุงเทพมหานครในการยกระดับการดูแลคนไร้ที่พึ่งจากการช่วยเหลือแบบฉายเดี่ยวเป็นการเชื่อมต่อเป็นระบบ ซึ่งมีความสำคัญต่อการจัดการปัญหาสังคมในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะการลดภาระของหน่วยงานฉุกเฉินและการสร้างโอกาสให้บุคคลเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมีทั้งเรื่องทรัพยากรบุคคล งบประมาณ และการติดตามผลหลังการส่งต่อ เพื่อให้ผู้ที่เข้าโครงการสามารถกลับสู่สังคมได้จริงและไม่หลุดกลับออกมาอีก การทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและองค์กรพัฒนาเอกชนจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน
| ช่วงเวลา | ผลการคัดกรอง/ส่งต่อ |
|---|---|
| 27–31 ส.ค. พ.ศ. 2569 | คัดกรองเข้าสู่ระบบช่วยเหลือรวม 91 คน ส่งต่อ "บ้านอิ่มใจ" 28 คน (ชาย 21, หญิง 7) |
| 31 ส.ค. เวลา 22.00 น. | คัดกรอง 9 คน, ส่งต่อบ้านอิ่มใจ 4 คน |
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการทำงานเชิงรุกในพื้นที่เมืองหลวงที่ผู้เกี่ยวข้องต้องร่วมกันดูแลทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้การช่วยเหลือมีคุณภาพและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่การช่วยที่หยุดเพียงชั่วคราว
สำหรับประชาชนที่ต้องการแจ้งเบาะแสหรือพบเห็นผู้ไร้ที่พึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถติดต่อสำนักงานเขตหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบและดำเนินการคัดกรองต่อไป
ผู้สื่อข่าวจับชีพจรเมืองหลวง รายงาน