กรุงเทพมหานครได้รับการยกย่องเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 หลังมีหน่วยงานในสังกัดผ่านการรับรองมาตรฐานศูนย์ราชการสะดวก (GECC) รวมทั้งสิ้น 23 แห่ง ในงานพิธีมอบโล่ที่จัดขึ้น ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน เขตหลักสี่ งานนี้มีผู้แทนกรุงเทพมหานครเข้าร่วมพร้อมรับโล่จากผู้บริหารระดับชาติ
ผลการประเมินและเกณฑ์สำคัญ
ระบบการประเมินมาตรฐาน GECC แบ่งระดับผลงานออกเป็นสามชั้น ได้แก่ ระดับเป็นเลิศ (90–100 คะแนน) ระดับก้าวหน้า (80–89 คะแนน) และระดับพื้นฐาน (70–79 คะแนน) โดยการวัดผลครอบคลุมองค์ประกอบหลัก 3 ด้าน คือ ด้านกายภาพ ด้านคุณภาพการบริการ และด้านผลลัพธ์การให้บริการ
- ด้านกายภาพ ประเมินความสะดวกในการเข้าถึง สภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม
- ด้านคุณภาพ ตรวจสอบกระบวนการบริการ การลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และการนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมมาช่วยให้บริการเป็นจุดเดียวเบ็ดเสร็จ
- ด้านผลลัพธ์ วัดความพึงพอใจของประชาชนรวมถึงความครอบคลุมการให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์
หน่วยงานที่ได้รับการรับรอง
ในการมอบโล่ครั้งนี้ กรุงเทพมหานครมีหน่วยงานผ่านเกณฑ์ในระดับต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
| ระดับ | จำนวนหน่วยงาน | ตัวอย่างหน่วยงานที่ได้รับรางวัล |
|---|---|---|
| ก้าวหน้า (80–89) | 3 แห่ง | โรงพยาบาลราชพิพัฒน์, ศูนย์บริการสาธารณสุข 38 จี๊ด - ทองคำ บำเพ็ญ, สำนักงานเขตบางคอแหลม |
| พื้นฐาน (70–79) | 20 แห่ง | รวมศูนย์บริการสาธารณสุขและสำนักงานเขตหลายแห่ง เช่น ศูนย์บริการสาธารณสุข 11 ประดิพัทธ์ |
ความหมายต่อการให้บริการของกรุงเทพมหานคร
การที่หน่วยงานในกรุงเทพฯ ผ่านมาตรฐาน GECC เป็นสัญญาณว่าการปรับปรุงระบบบริการสาธารณะกำลังเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบนโยบายของรัฐบาลและพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นแนวทางผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐยกระดับการให้บริการ ทั้งด้านการเปิดให้บริการนอกเวลาราชการ การจัดพื้นที่ที่เอื้อต่อการเข้าถึง และการนำเทคโนโลยีมาช่วยลดความยุ่งยากของประชาชน
“สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย”
คำขวัญดังกล่าวสะท้อนหลักการที่หน่วยงานต้องมุ่งไปสู่การบริการที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง ไม่ว่าผู้มาติดต่อจะเป็นกลุ่มคนทำงาน ผู้สูงอายุ หรือผู้มีความต้องการพิเศษ
สิ่งที่ประชาชนควรทราบและติดตาม
แม้การรับรองมาตรฐานจะเป็นก้าวสำคัญ แต่การปรับเปลี่ยนให้บริการจริงต่อผู้ใช้ยังต้องมีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้บริการควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงดังนี้
- เวลาทำการหรือช่องทางการให้บริการที่ขยายออกนอกเวลาราชการ
- ช่องทางออนไลน์ที่เชื่อมโยงข้อมูลและบริการแบบเบ็ดเสร็จ
- ความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ทางลาดลิฟต์ และป้ายสื่อสารสำหรับผู้มีความต้องการพิเศษ
การรับรอง GECC ยังเป็นเครื่องมือกระตุ้นให้องค์กรภาครัฐแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี นำไปสู่การออกแบบบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่และประชาชนในระยะยาว
สำหรับกรุงเทพมหานคร การมีหน่วยงานผ่านการรับรองจำนวน 23 แห่ง สะท้อนถึงความพยายามขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะสู่การปฏิบัติ แต่โจทย์สำคัญต่อจากนี้คือการรักษามาตรฐานเหล่านั้นให้ต่อเนื่อง และขยายผลสู่หน่วยงานที่ยังอยู่ในระยะปรับปรุง เพื่อให้การเข้าถึงบริการภาครัฐของคนเมืองหลวงเป็นเรื่องง่ายและเป็นมิตรกับทุกกลุ่มประชากร
รายงานจากพิธีมอบโล่ระบุว่า การยกย่องครั้งนี้ตั้งใจส่งเสริมให้หน่วยงานต่าง ๆ เป็นแบบอย่างและสร้างแรงจูงใจให้เกิดนวัตกรรมการให้บริการภาครัฐที่ตอบโจทย์ประชาชนยุคใหม่
ภาณุพงศ์ เจริญสุข ผู้สื่อข่าวประจำกรุงเทพมหานคร, WE NEWS