อำนาจเจริญ — คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ลงนามโดยนายอิทธิพร บุญประคอง ซึ่งพิจารณาเหตุสงสัยการทุจริตการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ระบุหลักฐานจากพยานหลายปากว่ามีการรวบรวมบัตรประชาชนเพื่อไปลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต การจัดรถไปรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในวันเลือกตั้งล่วงหน้า และการมอบเงินเป็นค่าตอบแทนเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนให้ผู้สมัครคนหนึ่งของจังหวัดอำนาจเจริญ เขต 2
ข้อเท็จจริงจากคำวินิจฉัย
คำวินิจฉัยชี้ชัดว่าพยานให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2566 โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
- มีรายงานว่าบัตรประจำตัวประชาชน/สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีสิทธิเลือกตั้งถูกนำไปลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต
- มีการแจ้งว่าจะมีรถไปรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในวันเลือกตั้งล่วงหน้า และมีการจัดรถยนต์นำผู้มีสิทธิไปลงคะแนนที่สถานที่เลือกตั้งกลาง
- มีพยานยืนยันว่าได้ค่าเหนื่อยหรือค่าตอบแทนจากผู้เกี่ยวข้อง โดยมีการมอบเงินสดบางส่วนให้เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ผู้ถูกกล่าวหาตามคำวินิจฉัยคือ นางจันทร์เพ็ญ ประเสริฐศรี ผู้สมัคร ส.ส.อำนาจเจริญ เขต 2 หมายเลข 9 จากพรรคพลังประชารัฐ และ นายจาม ปรือทอง ซึ่งถูกระบุในบทบาทผู้เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี กกต.ระบุว่าไม่สามารถหาหลักฐานเชื่อมโยงระหว่างผู้สมัครกับหัวคะแนนที่ลงมือแจกเงินได้โดยตรง ทำให้ผู้สมัครยังไม่ถูกลงโทษ แต่มีการดำเนินคดีต่อบุคคลที่เป็นหัวคะแนนแทน
เสียงจากพรรคการเมืองและการท้าทายการสอบสวน
ต่อมา พรรคภูมิใจไทยออกมาแสดงความเห็นและเรียกร้องให้มีการขยายผลการตรวจสอบกรณีที่กกต.วินิจฉัยไว้ โดยอ้างว่าคำวินิจฉัยมีช่องว่างบางประการ โดยเฉพาะประเด็นที่หัวคะแนนยอมรับว่าเป็นผู้ช่วยหาเสียงของผู้สมัครรายดังกล่าว แต่กกต.ระบุว่าไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงเพื่อพิสูจน์ว่าผู้สมัครรู้เห็นหรือมีส่วนร่วมในการกระทำดังกล่าว
“เกรงว่านายภัทรพงศ์คงไม่แตะต้องกรณีนี้ เพราะทราบกันดีว่านายภัทรพงศ์มีความใกล้ชิดกับอดีตผู้สมัคร ส.ส.รายดังกล่าวเพียงใด”
คำกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นไปในบริบทที่นาย ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือที่รู้จักในชื่อ "ทนายอั๋น" ประกาศจะจัดเวทีตรวจสอบการทุจริตในจังหวัดอำนาจเจริญ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยเสนอให้เขาตรวจสอบกรณีนี้เชิงลึกด้วย
พยานหลักฐานที่กกต.อ้างอิง
จากคำวินิจฉัย มีการอ้างคำให้การของพยานหลายรายซึ่งให้ข้อมูลในลักษณะต่อเนื่อง เช่น การนัดหมายให้ไปพบเพื่อนำบัตรประชาชน การถ่ายภาพบัตรประจำตัวบนท้ายรถกระบะ การบอกให้รอรถไปรับในวันที่กำหนด และการมอบเงินเพื่อแจกจ่ายให้ผู้อื่น
| วันที่ (พ.ศ.) | เหตุการณ์ตามคำวินิจฉัย |
|---|---|
| 7 เมษายน 2566 | การนำบัตรประชาชน/ทะเบียนบ้านไปพบผู้ถูกกล่าวหาเพื่อถ่ายภาพและลงทะเบียนล่วงหน้า |
| 15 เมษายน 2566 | พยานให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแบ่งเงินในช่วงเทศกาลและการแจ้งเรื่องการลงทะเบียนล่วงหน้า |
| 21-23 เมษายน 2566 | มีการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าและผู้รวบรวมบัตรเพื่อไปลงทะเบียน |
| 7 พฤษภาคม 2566 | พยานถูกบอกให้รอรถไปรับใน "วันเลือกตั้งล่วงหน้า" และมีการบอกให้เขียนหมายเลขผู้สมัครติดบ้าน |
ความหมายเชิงการเมืองและข้อพึงระวัง
กรณีนี้สะท้อนความท้าทายของการพิสูจน์ความรับผิดชอบทางการเมืองในคดีเกี่ยวกับการซื้อสิทธิ์เสียง เพราะแม้จะมีคำให้การจากพยานและรายละเอียดพฤติการณ์ที่ชัดเจนในระดับหนึ่ง แต่การเชื่อมโยงพฤติการณ์ไปสู่ผู้สมัครยังต้องพึ่งพาหลักฐานเพิ่มเติมที่แสดงความสัมพันธ์โดยตรง เช่น บันทึกการสื่อสาร เอกสารประกาศรายชื่อผู้ช่วยหาเสียง หรือพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันความรู้เห็นของผู้สมัคร
สำหรับประชาชนในพื้นที่ เหตุการณ์นี้อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้ง การติดตามผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ผลการพิจารณาเป็นที่ยอมรับและเป็นไปตามหลักนิติธรรม
ในระหว่างนี้ พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องและบุคคลสาธารณะประกาศจะมีการดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องชี้แจงหลักฐานและเหตุผลที่ใช้ในการวินิจฉัย เพื่อให้ข้อกังขาจากสาธารณชนได้รับคำตอบที่ชัดเจน