กกต.เปิดรายละเอียดเส้นทางการโอนเงิน
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงการเลือกตั้งในจังหวัดอำนาจเจริญ โดยระบุว่ามีการโอนเงินจากบุคคลหนึ่งไปยังพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการของสำนักงานรวมกันทั้งสิ้น 13 ครั้ง เป็นมูลค่า 860,000 บาท ในช่วงระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2567
จากเอกสารชี้แจง กกต.ระบุว่า พนักงานผู้เกี่ยวข้องขณะเกิดเหตุเป็นผู้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวนในสำนวนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างวันที่ 7 เมษายน ถึง 22 กรกฎาคม พ.ศ.2567 การรับโอนเงินดังกล่าวจึงมีความเกี่ยวพันกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานรายนี้ ขณะที่ กกต.ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาโดยตรง
มาตรการที่ กกต.ดำเนินการ
สำนักงานได้แจ้งมาตรการตอบโต้ตามขั้นตอนราชการหลายประการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและจัดการกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
- มีคำสั่งให้ออกจากงานไว้ก่อนสำหรับพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการผู้เกี่ยวข้อง
- แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง ซึ่งการสอบสวนได้เสร็จสิ้นและอยู่ระหว่างเสนอความเห็นต่อคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคลของสำนักงาน (อนุ ก.กกต.) เพื่อตัดสินใจตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
- แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการรายดังกล่าวและบุคคลอื่นอีก 2 ราย
- รายงานข้อมูลต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้หน่วยงานดังกล่าวดำเนินการตามอำนาจตามกฎหมาย
“สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ความสำคัญสูงสุดต่อความโปร่งใส ความสุจริต และความถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่ทุกขั้นตอน”
เอกสารระบุเพิ่มเติมว่า พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น สำนักงานได้มีคำสั่งปลดออกและพ้นสภาพการเป็นพนักงานก่อนหน้านี้ด้วยเหตุผลอื่น
การเชื่อมโยงกับคดีในหลายจังหวัด
ในชั้นเดียวกัน กกต.แจ้งว่าเส้นทางการเงินในคดีที่มีหลักฐานถูกนำเข้าสู่สำนวนการพิจารณาแล้วไม่ได้จำกัดเฉพาะจังหวัดอำนาจเจริญ แต่ยังมีหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับอีกสามจังหวัด ได้แก่ นครพนม, ลำพูน และ สงขลา ซึ่งขณะนี้ข้อมูลทั้งหมดถูกบรรจุไว้ในสำนวนเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างครบถ้วน
ความหมายทางกฎหมายและผลกระทบท้องถิ่น
กรณีการโอนเงินครั้งนี้มีความหมายเชิงกฎหมายและผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหน่วยงานกำกับดูแลการเลือกตั้ง การมีพนักงานรับเงินในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการสืบสวนสำนวนการเลือกตั้งทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องความเป็นอิสระของกระบวนการตรวจสอบ กกต.จึงดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา รวมถึงส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. เพื่อให้การพิจารณาหลักฐานเป็นไปตามอำนาจที่กฎหมายกำหนด
สิ่งที่ควรติดตามต่อไป
ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรติดตามความคืบหน้าของสำนวนทั้งในส่วนของการสอบสวนวินัยที่เสนอไปยังอนุ ก.กกต. และผลการดำเนินคดีอาญาที่พนักงานสอบสวนจะดำเนินการต่อผู้ถูกกล่าวหา และการชี้แจงเพิ่มเติมจาก ป.ป.ช. เมื่อได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
| ประเด็น | ข้อมูลตามเอกสาร กกต. |
|---|---|
| จำนวนครั้งการโอน | 13 ครั้ง |
| ยอดรวม | 860,000 บาท |
| ช่วงเวลา | เมษายน–กรกฎาคม พ.ศ.2567 |
| หน่วยงานที่รับเรื่อง | กกต., พนักงานสอบสวน, ป.ป.ช. |
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งย้ำถึงความพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงครบถ้วน ขณะที่การพิจารณามาตรการต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องยังคงดำเนินไปตามขั้นตอนทางวินัยและกระบวนการยุติธรรมต่อไป