การพัฒนาระบบรางในภาคใต้ได้รับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่าแผนโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ผ่านการพิจารณาแนวทางจากคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยและอยู่ระหว่างจัดทำสรุปรายละเอียดเพื่อยื่นต่อกระทรวงคมนาคมภายในสัปดาห์นี้ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีในการประชุมสัญจร ณ จังหวัดสงขลา
ภาพรวมโครงการและช่วงก่อสร้าง
โครงการครอบคลุมทั้งหมด สามช่วง รวมระยะทาง 534 กิโลเมตร โดยในเบื้องต้นจะดำเนินการก่อสร้างก่อนเป็นระยะทางรวมประมาณ 504 กิโลเมตร ซึ่งแบ่งเป็นช่วงสำคัญดังนี้
- ชุมพร–สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร
- สุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ ระยะทาง 291 กิโลเมตร
- ชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กิโลเมตร
ส่วนช่วงชุมทางหาดใหญ่–สงขลา ระยะทาง 30 กิโลเมตร จะพิจารณาดำเนินการในระยะต่อไป
| ช่วง | ระยะทาง (กม.) |
|---|---|
| ชุมพร–สุราษฎร์ธานี | 168 |
| สุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ | 291 |
| ชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ | 45 |
| รวม (ระยะแรก) | 504 |
| รวมโครงการทั้งหมด | 534 |
กรอบงบประมาณและประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
สำหรับกรอบงบประมาณของระยะแรกที่เตรียมเสนอ คณะผู้รับผิดชอบระบุเป็นตัวเลขประมาณ 106,798 ล้านบาท โดยโครงการนี้ถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของภาคใต้ที่จะเชื่อมต่อเครือข่ายจากภาคใต้ตอนบนลงมาถึงหาดใหญ่และประตูชายแดนที่ปาดังเบซาร์
ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทั้งผู้โดยสารและสินค้า การรองรับการท่องเที่ยวในจังหวัดที่เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้ค้าชายแดนและการขนส่งระหว่างประเทศกับมาเลเซีย
การปรับรูปแบบก่อสร้างตามสภาพพื้นที่
หนึ่งในประเด็นที่ถูกเน้นย้ำคือการออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ที่เคยได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ซึ่งมีการปรับแบบบางช่วงจากทางระดับดินเป็นโครงสร้างสะพานและคันทาง
“มีการปรับรูปแบบทางรถไฟบางช่วงจากเดิมที่เป็นทางระดับดิน เป็นโครงสร้างสะพานบกประมาณ 3 กิโลเมตร และคันทางประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำท่วม ลดผลกระทบต่อทางน้ำ”
การปรับเช่นนี้มุ่งลดความเสี่ยงต่อการถูกตัดขาดของโครงข่ายรางเมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ และช่วยให้การเดินรถมีความต่อเนื่องมากขึ้น
ผลต่อท่องเที่ยวและการค้าของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานี การที่โครงข่ายรถไฟทางคู่เชื่อมต่อเข้ามาจะส่งผลเชิงบวกต่อภาคการท่องเที่ยวที่มีทั้งเกาะและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล การเดินทางสะดวกขึ้นจะช่วยกระจายนักท่องเที่ยว ลดเวลาเดินทางจากภาคอื่นและจากมาเลเซีย รวมทั้งเป็นโอกาสในการขนส่งสินค้าการเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมของจังหวัดเข้าสู่ตลาดระหว่างประเทศได้ง่ายขึ้น
ขั้นตอนถัดไปและความคาดหวัง
แผนงานจะต้องผ่านการสรุปรายละเอียดให้กระทรวงคมนาคมภายในสัปดาห์นี้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในการประชุมสัญจรที่จังหวัดสงขลา ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบจะเดินหน้าขอจัดสรรงบประมาณและกำหนดกรอบเวลาการก่อสร้างต่อไป
ในมุมผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ โครงการนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาคใต้ นักธุรกิจท้องถิ่นและนักลงทุนคงจับตาตารางเวลาและแนวทางการประมูลที่อาจเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาใหม่ ๆ ต่อไป
การติดตามความคืบหน้าของแผนและมาตรการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรวมทั้งการชดเชยคืนพื้นที่ให้ชุมชนท้องถิ่นจะเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญควบคู่กัน เพื่อให้โครงการสร้างประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนสำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานีและภูมิภาคใต้