สิ่งแวดล้อม ชัยนาท ชัยนาท (32)

ครม.อนุมัติแผนระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ควบคุมน้ำท่วมระยะยาว รับมือภาคกลาง

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ระยะดำเนินการ 8 ปี ตั้งแต่พ.ศ.2570–2577 พร้อมขยายเวลาสัญญาคลองบางบาล-บางไทรไปถึงพ.ศ.2572 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง โดยกรมชลประทานรายงานความคืบหน้าว่าสัญญาจะแล้วเสร็จในพ.ศ.2571

ครม.อนุมัติแผนระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ควบคุมน้ำท่วมระยะยาว รับมือภาคกลาง
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล คณะรัฐมนตรี อนุมัติโครงการระบายน้ำเชื่อมระบบระหว่างแม่น้ำป่าสัก จังหวัดชัยนาท และอ่าวไทย เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนในภาคกลาง โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการรวม 8 ปี ตั้งแต่พ.ศ.2570 ถึงพ.ศ.2577

เหตุผลและเป้าหมายของโครงการ

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมว่า ครม.พิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการนี้มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ สามารถลดมูลค่าความเสียหายจากน้ำท่วม และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่รับน้ำของภาคกลาง เช่น จังหวัดอ่างทองและพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น

การขยายเวลาคลองระบายน้ำบางบาล-บางไทร

นอกจากการอนุมัติโครงการระบายน้ำระยะยาวแล้ว ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการก่อสร้าง คลองระบายน้ำบางบาล-บางไทร ซึ่งสัญญาเดิมมีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงพ.ศ.2569–2570 เนื่องจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า โดยขยายเวลาไปถึงพ.ศ.2572 พร้อมกำชับให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วและไม่ขยายเวลาเพิ่มอีก

นายเอกภพ ระบุว่า "ครม.กำชับให้แล้วเสร็จโดยเร็วและไม่ขยายเวลาต่อไป"

ในรายงานของกรมชลประทานระบุว่า สัญญางานระบายน้ำจะแล้วเสร็จในพ.ศ.2571 ซึ่งเป็นข้อมูลที่สะท้อนความพยายามปรับแผนงานเพื่อให้สอดคล้องกับข้อจำกัดด้านการส่งมอบพื้นที่และการดำเนินการภาคสนาม

  • กรอบระยะเวลาโครงการระบาย : พ.ศ.2570–2577 (8 ปี)
  • การขยายสัญญาคลองบางบาล-บางไทร : ขยายไปถึงพ.ศ.2572
  • รายงานกรมชลประทาน : สัญญาจะแล้วเสร็จในพ.ศ.2571

ผลกระทบเชิงพื้นที่ต่อชัยนาทและภาคกลาง

มาตรการนี้มีความสำคัญต่อจังหวัดที่เป็นพื้นที่รับน้ำของระบบแม่น้ำและลำน้ำสาขาในภาคกลาง รวมทั้ง ชัยนาท ที่เชื่อมโยงกับระบบแม่น้ำป่าสักและระบบน้ำเจ้าพระยา โดยการสร้างและเชื่อมโยงคลองระบายจะช่วยเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำจากพื้นที่ลุ่มลงสู่ทะเล ช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียผลผลิตทางการเกษตรและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนและพื้นที่ลุ่มต่ำ

การขยายเวลาสัญญาโครงการระบายบางส่วนสะท้อนปัญหาด้านการจัดการพื้นที่และการประสานงานข้ามหน่วยงาน ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญที่จะต้องเร่งแก้ไขเพื่อให้การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำได้ผลตามเป้าหมาย

ประเด็นที่ต้องติดตาม

ประเด็น สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
ความคืบหน้าการส่งมอบพื้นที่ ปัญหาการเวนคืนที่ดินและการประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น
การบริหารสัญญา มาตรการป้องกันการขยายเวลาเพิ่มเติมและแผนติดตามผล
ผลกระทบต่อการเกษตรและชุมชน การชดเชย การฟื้นฟูพื้นที่ และมาตรการลดผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร

โครงการระบายน้ำขนาดใหญ่นี้มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการน้ำของภาคกลาง หากดำเนินการตามกรอบเวลาและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งหน่วยงานรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องร่วมกันติดตามความคืบหน้า แก้ปัญหาการส่งมอบพื้นที่ และดูแลผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การลงทุนเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในจังหวัดชัยนาทและพื้นที่รับน้ำของภาคกลาง

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

32ชัยนาท

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ชัยนาท ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว