เมื่อวันที่ 18 ต.ค. พ.ศ.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำที่ประตูระบายน้ำสองพี่น้อง ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
ภาพรวมสถานการณ์และปัญหาหลัก
นายกรัฐมนตรีระบุว่าสถานการณ์น้ำในพื้นที่ยังมีปริมาณมาก จึงต้องเร่งระบายน้ำออกไป แต่การระบายน้ำยังไม่เป็นไปด้วยความเต็มประสิทธิภาพจากอุปสรรคหลายด้าน โดยเฉพาะพืชน้ำเช่น ผักตบชวาและผักบุ้ง ที่ไหลมากีดขวางทางน้ำในพื้นที่ ส่งผลให้ต้องจัดกำลังกำจัดควบคู่กับการระบายน้ำ
"เราก็ต้องเร่งกำจัดผักตบชวาที่มีจำนวนมหาศาลควบคู่การระบายน้ำ"
นายอนุทินยังชี้ว่าปัญหาดังกล่าวเป็นสิ่งที่สะสมมาเป็นปี ๆ และการแก้ไขจำเป็นต้องเพิ่มช่องทางให้น้ำไหลไปยังแหล่งน้ำขนาดใหญ่เร็วขึ้น พร้อมทั้งออกแบบระบบป้องกันไม่ให้น้ำทะเลหรือแม่น้ำที่ระดับสูงกว่ากลับเข้าท่วมพื้นที่
การขยายช่องทางระบายน้ำและการจัดการเชิงรุก
จากการลงพื้นที่ อธิบดีกรมชลประทานยืนยันว่าจะเพิ่มความกว้างของคลองระบายน้ำและขยายช่องทางประตูน้ำ เพื่อให้ระบบระบายน้ำเชื่อมต่อไปยังแม่น้ำท่าจีนซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม การออกแบบต้องคำนึงถึงจังหวะน้ำและระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนซึ่งบางครั้งสูงกว่าพื้นที่ด้านใน จึงต้องติดตั้งประตูน้ำเพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับ
นโยบายระดับชาติและโครงการเชื่อมระบบน้ำ
นายกรัฐมนตรีกล่าวให้ความสำคัญกับโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย โดยย้ำว่าโครงการดังกล่าวต้องเดินหน้าให้เกิดขึ้นจริงและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ตำหนิการกล่าวหาว่าเป็นโครงการเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง และย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้ทำงานเพื่อประชาชนเป็นหลัก
การใช้จ่ายงบประมาณเพื่อบรรเทาภัย
ในประเด็นงบประมาณ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชี้แจงว่าการคำนวณงบเยียวยาไม่ได้ผิดพลาด และในล็อตแรกรัฐบาลได้อนุมัติให้มีการเบิกจ่ายจากงบกลางก่อนเป็นจำนวน 4,700 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งที่ในอดีตการเบิกจ่ายดังกล่าวมักรอจนสถานการณ์ภัยพิบัติสิ้นสุดก่อน
ผู้เข้าร่วมและการบูรณาการหน่วยงาน
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้แทนจากหลายหน่วยงานรวมทั้งรัฐมนตรีและผู้บริหารสำนักงานต่าง ๆ เพื่อประสานการทำงานในระดับภูมิภาคและท้องถิ่น โดยมีการรายงานตัวเลขสถานการณ์จากกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ เข้าสู่การพิจารณาตามข้อมูลที่มี ณ ขณะนั้น
- เป้าหมายเร่งด่วน: ระบายและป้องกันน้ำท่วมย้อนกลับ
- มาตรการเชิงกายภาพ: ขยายช่องทางคลองและประตูน้ำ
- งบกลางเบื้องต้น: เบิกจ่าย 4,700 ล้านบาทสำหรับช่วยเหลือเร่งด่วน
ความหมายต่อพื้นที่ลุ่มน้ำและการบริหารระยะยาว
การเน้นเดินหน้าโครงการเชื่อมระบบน้ำในระดับภูมิภาคสะท้อนแนวคิดการบริหารน้ำเชิงบูรณาการระหว่างจังหวัด ซึ่งหากดำเนินการจริงจะมีทั้งผลด้านการป้องกันน้ำท่วม การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร และการจัดการภัยพิบัติโดยรวม ขณะเดียวกันการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เช่น การกำจัดผักตบชวา ต้องทำควบคู่กับการวางระบบระยะยาว
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| สถานที่ลงพื้นที่ | ประตูระบายน้ำสองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี |
| งบกลางที่เบิกจ่าย | 4,700 ล้านบาท (ล็อตแรก) |
| โครงการมาตรฐาน | โครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย |
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการย้ำความตั้งใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาน้ำทั้งเชิงเหตุฉุกเฉินและเชิงโครงสร้าง ขณะที่รายละเอียดเชิงเทคนิคและการจัดสรรงบสำหรับโครงการขนาดใหญ่ยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาและออกแบบอย่างรอบคอบ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพน้ำในพื้นที่และไม่เกิดผลกระทบย้อนกลับต่อพื้นที่อื่น
สำหรับประชาชนในพื้นที่ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความพยายามผสมผสานระหว่างการจัดการเฉพาะหน้า เช่น การกำจัดผักตบชวาและการเปิดช่องทางระบายน้ำ กับการผลักดันโครงการเชื่อมระบบน้ำระดับภูมิภาค ซึ่งต้องติดตามการดำเนินงานต่อไปในด้านงบประมาณ การออกแบบ และการประสานงานระหว่างหน่วยงาน