กระทรวงคมนาคมเตรียมนำแผนการดำเนินโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ของภาคใต้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยตั้งเป้าให้เครือข่ายทางรถไฟต่อเนื่องลงมาถึงอำเภอปาดังเบซาร์ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อชายแดนกับมาเลเซีย ขณะที่แผนการก่อสร้างระยะแรกจะเร่งดำเนินการในวงจำกัดเพื่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจและการขนส่งเร็วขึ้น
เส้นทางและระยะทางที่วางกรอบ
แผนการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ครอบคลุมระยะทางรวมประมาณ 534 กิโลเมตร รายละเอียดการจัดสรรช่วงเส้นทางคือ
- ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร
- ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่–สงขลา ระยะทางรวม 321 กิโลเมตร
- ช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกจะเร่งดำเนินการก่อนรวมประมาณ 504 กิโลเมตร โดยครอบคลุมช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ (ในส่วนที่มีความพร้อม) และช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ ส่วนช่วงชุมทางหาดใหญ่–สงขลา ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร จะพิจารณาดำเนินการในระยะต่อไป
กรอบงบประมาณและเป้าหมายการพัฒนา
กรอบงบประมาณที่จัดเตรียมสำหรับโครงการในขั้นต้นอยู่ที่ประมาณ 106,798 ล้านบาท ผู้รับผิดชอบระบุว่าโครงการมีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับศักยภาพการเดินทางทั้งผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า ลดปัญหาคอขวดจากเส้นทางเดี่ยว เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่ง และเชื่อมโยงเศรษฐกิจภาคใต้เข้ากับประเทศเพื่อนบ้านผ่านประตูปาดังเบซาร์
การปรับรูปแบบก่อสร้างตามบริบทพื้นที่
หนึ่งในหัวข้อที่ถูกหยิบยกในการทบทวนแผนคือการปรับแบบก่อสร้างให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 จนทำให้ผู้รับผิดชอบต้องออกแบบแนวทางให้มีความทนทานมากขึ้น
“การลงทุนครั้งนี้ไม่ได้มองแค่เพิ่มขีดความสามารถในการเดินรถ แต่ต้องออกแบบให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ในระยะยาว”
จากบทเรียนดังกล่าว มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากทางระดับดินเป็นโครงสร้างเพื่อยกระดับความคงทนของเส้นทางในบางช่วง เช่น การก่อสร้างเป็นสะพานบกและคันทางในบางพื้นที่เพื่อช่วยลดผลกระทบจากน้ำท่วมและป้องกันการตัดขาดของเส้นทาง
ผลต่อพื้นที่สงขลาและหาดใหญ่
โครงการนี้มีความสำคัญต่อจังหวัดสงขลาโดยตรง เนื่องจากหากเส้นทางเชื่อมต่อสู่หาดใหญ่และปาดังเบซาร์ จะทำให้เมืองหาดใหญ่มีบทบาทมากขึ้นในฐานะศูนย์กลางการขนส่งและการค้าชายแดน ส่งผลต่อการท่องเที่ยวและกิจกรรมเศรษฐกิจในพื้นที่ หากดำเนินการตามแผนจะช่วยกระจายสินค้าขาออกและขาเข้าจากท่าเรือและช่องทางชายแดนได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ขั้นตอนต่อไปและกรอบเวลา
ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในระหว่างสรุปรายละเอียดโครงการเพื่อเสนอให้กระทรวงคมนาคมก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยมีแผนจะนำเรื่องเข้าสู่การประชุมในช่วงการประชุม ครม. สัญจร ณ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ระยะทางรวม | 534 กิโลเมตร |
| ระยะแรกที่เร่งดำเนินการ | 504 กิโลเมตร |
| กรอบงบประมาณ | 106,798 ล้านบาท |
ข้อกังวลและประเด็นที่ต้องติดตาม
แม้การเชื่อมต่อเส้นทางสู่ปาดังเบซาร์จะถูกมองว่าเป็นจุดพลิกด้านเศรษฐกิจของภาคใต้ แต่ยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม ได้แก่ การจัดสรรงบประมาณจริง การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการพื้นที่ที่เคยประสบอุทกภัย รวมทั้งการประสานงานด้านศักยภาพการเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อนบ้าน
รายงานความคืบหน้าโครงการจะต้องสะท้อนทั้งประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและมาตรการด้านความปลอดภัยทางโครงสร้าง โดยประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทยเมื่อมีการสรุปเอกสารเสนอคณะรัฐมนตรี