ภาพรวมโครงการและแผนเสนอ ครม. สัญจรสงขลา
กระทรวงคมนาคมแจ้งความคืบหน้าของ โครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ ซึ่งคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานครอบคลุม 3 เส้นทางรวมระยะทาง 534 กิโลเมตร และเตรียมนำรายละเอียดเสนอภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้กระทรวงคมนาคมจัดส่งเอกสารเสนอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประชุม ครม. สัญจร ณ จังหวัดสงขลา วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569 ข้อมูลจากผู้บริหารกระทรวงระบุว่าการดำเนินงานจะเริ่มก่อสร้างก่อนจำนวนประมาณ 504 กิโลเมตร ตามแผนที่สรุปไว้
เส้นทาง วงเงิน และสถานะการก่อสร้าง
| ช่วง | ระยะทาง | สถานะ/หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ชุมพร – สุราษฎร์ธานี | 168 กม. | อยู่ในระยะแรกที่วางแผนก่อสร้าง |
| สุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา | 321 กม. | ก่อสร้างส่วนใหญ่ แต่ ช่วงชุมทางหาดใหญ่–สงขลา ยังพิจารณาในระยะถัดไป |
| ชุมทางหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ | 45 กม. | รวมอยู่ในการก่อสร้างระยะแรก เพื่อเชื่อมถึงชายแดนไทย-มาเลเซีย |
กรอบงบประมาณรวมของโครงการที่นำเสนอต่อที่ประชุมคือ 106,798 ล้านบาท โดยระบุวงเงินของช่วงชุมทางหาดใหญ่–สงขลา (ระยะทาง 30 กม.) ไว้เป็นรายการแยกจำนวน 15,922.42 ล้านบาท และจะพิจารณาดำเนินการในช่วงต่อไป
เหตุผลที่เลื่อนการพิจารณาช่วงหาดใหญ่–สงขลา
หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ยังไม่เริ่มดำเนินการพร้อมกับส่วนอื่น ๆ คือ สภาพพื้นที่ตามแนวเส้นทางมีการเปลี่ยนแปลง การขยายตัวของชุมชนและการมีพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่น ทำให้เกิดข้อจำกัดด้านแนวเขตทางและมีผลกระทบต่อประชาชนบริเวณแนวเส้นทาง ทางกระทรวงจึงต้องทบทวนและประสานการวางระบบคมนาคมรูปแบบอื่นร่วมด้วยก่อนตัดสินใจ
“การที่ยังไม่ได้ดำเนินการพร้อมกับโครงการระยะแรก ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางถูกยกเลิก แต่สภาพพื้นที่ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ตลอดแนวเส้นทางมีการขยายตัวของชุมชนและมีประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่น มีข้อจำกัดทั้งด้านพื้นที่ แนวเขตทาง และผลกระทบต่อประชาชน”
ผลกระทบต่อจังหวัดสงขลาและภูมิภาค
การเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟทางคู่ลงมาถึงหาดใหญ่และปาดังเบซาร์จะมีนัยสำคัญต่อสงขลา ทั้งในด้านการเดินทางของประชาชน การท่องเที่ยว และการค้าชายแดน โดยเฉพาะการเชื่อมต่อระบบรางกับมาเลเซียที่ปาดังเบซาร์ถือเป็นประตูสำคัญ ขณะที่หน่วยงานชี้ว่าโครงการจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเดินรถ ลดข้อจำกัดของทางเดี่ยว และเพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร
- รองรับการค้าและการขนส่งระหว่างประเทศผ่านปาดังเบซาร์
- เพิ่มทางเลือกการเดินทางของประชาชนในภาคใต้ ลดความแออัดของระบบทางเดี่ยว
- กระตุ้นการลงทุนและการท่องเที่ยวในภูมิภาคที่เชื่อมต่อ
ประเด็นที่ต้องติดตาม
แม้โครงการจะได้รับการสรุปแนวทางและเตรียมเสนอ ครม. แต่ระยะเวลาการดำเนินงานจริงยังขึ้นกับการอนุมัติ งบประมาณ และการจัดการปัญหาผลกระทบต่อชุมชนบริเวณแนวทาง โดยเฉพาะช่วงชุมทางหาดใหญ่–สงขลา ซึ่งได้กำหนดเป็นรายการพิจารณาในระยะต่อไป ประชาชนในพื้นที่ สถาบันท้องถิ่น และผู้ประกอบการท่องเที่ยวจึงควรติดตามการประชุม ครม. สัญจร และเอกสารของ ร.ฟ.ท. เพื่อรับทราบแผนการก่อสร้าง ตารางเวลาก่อสร้าง และมาตรการเยียวยา/ชดเชยที่เกี่ยวข้อง
ข่าวจากกระทรวงคมนาคมเน้นย้ำว่าโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามขยายโครงข่ายระบบรางภาคใต้ให้ต่อเนื่องและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจภาคใต้ในระยะยาว ทั้งนี้รายละเอียดเชิงเทคนิคและมาตรการบริหารความเสี่ยงรอการสรุปจาก ร.ฟ.ท. ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีในการประชุมครั้งหน้า