เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร รายงานสถานการณ์น้ำท่วมจากฝนตกต่อเนื่องในช่วงต้นเดือนว่า เหตุการณ์กระทบหลายอำเภอในจังหวัด ทั้งพื้นที่ที่เป็นแหล่งเพาะปลูกและชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่ม โดยขณะนี้หน่วยงานท้องถิ่นและอำเภอกำลังเร่งสำรวจสภาพความเสียหายหลังระดับน้ำลดลงเพื่อพิจารณาความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบ
ภาพรวมความเสียหาย
จากการตรวจสอบพบความเสียหายในหลายอำเภอ รวมถึงบ้านเรือน พื้นที่นาข้าว ถนน สะพาน และสิ่งก่อสร้างสาธารณะ โดยสรุปความเสียหายสำคัญคือ นาข้าวรวมกว่า 12,008 ไร่ บ้านเรือนหลายร้อยครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนได้รับผลกระทบ
"จากการที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน... ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่"
รายละเอียดความเสียหายแยกตามอำเภอ
| อำเภอ | หมู่บ้าน/ตำบลที่ได้รับผลกระทบ | บ้านเรือน (ครัวเรือน) | นาข้าว (ไร่) | โครงสร้างพื้นฐาน/อื่น ๆ |
|---|---|---|---|---|
| พรรณานิคม | 9 หมู่บ้าน 2 ตำบล | 6 | 1,020 | กำลังสำรวจหลังน้ำลด |
| อากาศอำนวย | 35 หมู่บ้าน 8 ตำบล | 5 | 5,248 | รพ.สต. 1 แห่ง, บ่อปลา 1.25 ไร่, ถนน 1 สาย (รอสำรวจ) |
| วานรนิวาส | 24 หมู่บ้าน 2 ตำบล | 27 | 3,320 | ถนน 6 สาย, สะพาน 2 แห่ง, ฝาย 1 แห่ง, ผู้เสียชีวิต 1 ราย |
| พังโคน | 6 หมู่บ้าน 1 ตำบล | - | 400 | ถนน 30 สาย |
| เจริญศิลป์ | 4 หมู่บ้าน 1 ตำบล | - | 2,020 | - |
| คำตากล้า | 3 หมู่บ้าน 1 ตำบล | - | - | ถนน 1 สาย |
การให้ความช่วยเหลือและการประเมินความเสียหาย
เจ้าหน้าที่ชี้ว่าในบางพื้นที่บ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมเมื่อสำรวจหลังน้ำลดแล้วพบว่าไม่ได้รับความเสียหายรุนแรง จึงยังไม่มีการให้ความช่วยเหลือเฉพาะจุด อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่นาข้าว ถนน สะพาน ฝาย และบ่อปลา ยังอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายอย่างละเอียดเพื่อพิจารณาการเยียวยาตามระเบียบของหน่วยงานท้องถิ่นและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- หน่วยงานอำเภอและเทศบาลกำลังบันทึกความเสียหายเชิงพื้นที่เพื่อเสนอขอความช่วยเหลือตามระเบียบ
- กรณีผู้เสียชีวิต หน่วยงานท้องถิ่นได้แจ้งนำเสนอคณะกรรมการช่วยเหลือของพื้นที่ท้องถิ่นเพื่อพิจารณา
- การประเมินนาข้าวจะทำเมื่อระดับน้ำลดลงและสามารถเข้าถึงแปลงเพาะปลูกได้อย่างปลอดภัย
ผลกระทบต่อชุมชนและข้อควรระวัง
ผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลต่อรายได้ของครัวเรือนเกษตรกรซึ่งส่วนใหญ่ขึ้นกับการผลิตข้าว นอกจากนี้ ความเสียหายต่อถนน สะพาน และฝายอาจกระทบต่อการสัญจรและการขนส่งผลิตผลทางการเกษตรในระยะสั้น ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจึงต้องระมัดระวังการใช้เส้นทางที่ชำรุดและติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน
เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนรอการประเมินความเสียหายอย่างเป็นทางการก่อนยื่นคำร้องขอความช่วยเหลือ และให้ความร่วมมือในการจัดทำข้อมูลความเสียหายของครัวเรือนเพื่อความรวดเร็วในการพิจารณาเยียวยาตามระเบียบ
ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์ เนื่องจากสภาพอากาศในพื้นที่อาจมีฝนตกตามแนวโน้มภูมิอากาศในลุ่มน้ำโขงในช่วงดังกล่าว การประสานงานระหว่างอำเภอ เทศบาล และหน่วยงานสาธารณสุขจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันผลกระทบเพิ่มเติมต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
รายงานข่าวจาก สกลนคร โดย วัฒนะ แก้วก่า