จังหวัดสกลนครอยู่ระหว่างการสืบสวนเชิงลึกและตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีพบการจดทะเบียนนิติบุคคลที่มีลักษณะผิดปกติและเข้าข่ายการใช้บุคคลในประเทศเป็นนอมินีเพื่ออำพรางทุนต่างชาติ เจ้าหน้าที่จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงการใช้เอกสารของประชาชนในจังหวัดเพื่อจดตั้งบริษัทจำนวนมาก
พยานหลักฐานเบื้องต้นและการกระจายพื้นที่
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นระบุว่า มีการนำหมายเลขบ้านของประชาชนไปใช้จดทะเบียนบริษัทหลายแห่ง โดยพบว่าครอบคลุมในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสกลนคร ได้แก่ อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอเมืองสกลนคร อำเภอภูพาน และอำเภอสว่างแดนดิน รวมทั้งสิ้น 49 บริษัท และใช้ 38 หมายเลขบ้าน เป็นสถานที่ตั้งตามเอกสาร
| อำเภอ | จำนวนบริษัท | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| โคกศรีสุพรรณ | 41 | ย้ายออกแล้ว 8 ราย เหลือ 33 ราย |
| เมืองสกลนคร | 1 | - |
| ภูพาน | 1 | - |
| สว่างแดนดิน | 14 | เป็นบริษัททุนไทยตามเอกสาร |
วิธีการของเครือข่ายและผลกระทบต่อประชาชน
จากการสืบสวนพบพฤติการณ์เป็นเครือข่ายที่มีตัวกลางเป็นนายหน้ารายหนึ่งในพื้นที่อำเภอโคกศรีสุพรรณ (ใช้ชื่อนามสมมุติว่า "นางสาวบิ๋ม" ในเอกสารสอบสวน) ทำหน้าที่รับซื้อสำเนาทะเบียนบ้าน รหัสประจำบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนจากผู้อาศัย แล้วนำส่งให้นายทุนที่มีการติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์
รูปแบบการลวงคือเสนอตอบแทนให้ผู้ส่งเอกสารคนละ 500–1,000 บาท อ้างว่าจะนำไปใช้สมัครทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้เจ้าของบ้านบางรายไม่ทราบว่าที่อยู่ของตนถูกนำไปใช้จดตั้งเป็นนิติบุคคล
- ผู้ให้เอกสารส่วนหนึ่งเป็นผู้อาศัยหรือบุตรหลานของเจ้าของบ้าน ที่นำเอกสารออกไปโดยเจ้าของบ้านไม่รับรู้
- ที่อยู่ตามเอกสารส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัย ไม่มีการตั้งสำนักงาน ป้าย หรือการประกอบกิจการจริงตามที่จดแจ้ง
- เอกสารทั้งหมดถูกส่งให้นายทุนต่างชาติผ่านเอเจนซี่และนำเข้าสู่ระบบออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อยื่นจดทะเบียน
การดำเนินการของหน่วยงานรัฐ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการตรวจสอบและเชิญเจ้าของบ้านที่ได้รับผลกระทบมาสอบปากคำแล้วบางส่วน โดยมีการแนะนำให้เข้าแจ้งความดำเนินคดี ในบางคดีผู้เสียหายได้แจ้งความกับตำรวจในข้อหาฉ้อโกงและการนำเอกสารราชการของผู้อื่นไปใช้โดยผิดกฎหมาย ส่วนคดีอื่นๆ อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมาย
"กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกต่อกรณีนี้อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะการตรวจสอบการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee)" — แถลงโดยอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
คำเตือนและช่องทางตรวจสอบสำหรับประชาชน
เจ้าหน้าที่จังหวัดและอำเภอได้แจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการแอบอ้างนำหมายเลขบ้านหรือที่อยู่ไปใช้จดทะเบียนบริษัท โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคลได้ผ่านเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หากพบการใช้ที่อยู่ของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้รีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานจังหวัดเพื่อแจ้งความและขอรับคำแนะนำ
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนช่องโหว่ในกระบวนการจดทะเบียนและการตรวจสอบเอกสารออนไลน์ รวมถึงความเสี่ยงต่อการนำความน่าเชื่อถือของนิติบุคคลไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศว่าจะขยายผลตรวจสอบไปยังพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อป้องกันการลุกลามและความเสียหายทางกฎหมายต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจ
ฝ่ายความมั่นคงและกองทัพที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ร่วมกันตั้งข้อสังเกตและเตรียมดำเนินการทางกฎหมายทั้งต่อ นายหน้า นายทุนต่างชาติ และ เอเจนซี่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากผลการสืบสวนพบการกระทำผิดจะมีการดำเนินคดีต่อไปตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง