ผู้ว่าฯ-รมช.มหาดไทยลงพื้นที่ สั่งเร่งสืบสวนคดีข้อมูลประชาชนรั่วไหล
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ห้องประชุมที่ทำการปกครองอำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทยนำโดยนาย พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ประชุมติดตามกรณีมีการนำสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของประชาชนในพื้นที่ไปใช้จดทะเบียนนิติบุคคลให้ชาวต่างชาติ โดยทางการได้สรุปเบื้องต้นว่า พบการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ผิดปกติรวมทั้งสิ้น 49 บริษัท และมีทั้งกรณีที่เป็นสัญชาติจีนและสัญชาติไทย
การตรวจสอบพบว่าการจดทะเบียนที่น่าสงสัยกระจายอยู่ในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสกลนคร ได้แก่ อำเภอเมืองสกลนคร, อำเภอสว่างแดนดิน, อำเภอภูพาน และอำเภอโคกศรีสุพรรณ โดยมีรายงานว่าบ้านบางหลังถูกนำไปใช้จดทะเบียนหลายบริษัทถึงหนึ่งหลังมีการใช้เป็นที่ตั้งของบริษัทมากถึง 14 บริษัท ซึ่งเป็นสัญญาณว่าอาจมีการใช้บุคคลไทยเป็นนอมินีหรือใช้ที่อยู่เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
วิธีการหลอกลวงและกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบ
จากการรายงาน เจ้าหน้าที่พบรูปแบบการฉ้อฉลที่เริ่มจากการที่มิจฉาชีพเข้าหาชาวบ้านในชุมชน บางกรณีให้ของแจกหรือแสดงตัวเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ แล้วหลอกลวงให้ประชาชนถ่ายสำเนาบัตรประชาชนหรือสแกนเอกสารส่วนตัวไว้ ซึ่งผู้ตกเป็นเหยื่อที่ถูกอ้างถึงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการที่อาจไม่เข้าใจผลกระทบของการมอบเอกสารเหล่านี้
"อย่าทำร้ายคนไทยด้วยกันเองเพื่อเศษเงินเล็กน้อย"
คำเตือนจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเน้นย้ำถึงความผิดทางจริยธรรมและกฎหมายของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งยังเตือนเจ้าหน้าที่รัฐให้ระมัดระวังการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล หากพบเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องจะถูกลงโทษทางวินัยและทางอาญา
การประสานงานและแนวทางการดำเนินคดี
ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนครได้ประสานงานไปยังหน่วยงานระดับชาติที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อขยายผลการสืบสวนติดตามผู้กระทำผิดที่อาจกระทำข้ามพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ โดยยืนยันว่าการสืบสวนจะดำเนินการอย่างรวดเร็วและรัดกุมเพื่อเอาผิดตามกฎหมายสูงสุด
| รายการ | ข้อมูลที่รายงาน |
|---|---|
| จำนวนบริษัทที่พบการจดทะเบียนผิดปกติ | 49 บริษัท |
| สัญชาติของบริษัทที่พบ | สัญชาติจีน 35 บริษัท และ สัญชาติไทย 14 บริษัท |
| อำเภอที่มีการกระจายการจดทะเบียน | อ.เมืองสกลนคร, อ.สว่างแดนดิน, อ.ภูพาน, อ.โคกศรีสุพรรณ |
ผลกระทบต่อชาวบ้านและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลในชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะเมื่อผู้สูงอายุหรือผู้พิการถูกชักจูงให้มอบเอกสารสำคัญ เจ้าหน้าที่จึงเร่งให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประชาชนควรระมัดระวังการมอบสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านโดยไม่จำเป็น
- หากมีผู้อ้างสิทธิ์เข้ามาขอเอกสารให้สอบถามเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหรือฝ่ายปกครองก่อน
- ผู้ที่สงสัยว่าถูกนำเอกสารไปใช้โดยมิชอบควรรายงานต่ออำเภอหรือสถานีตำรวจทันที
เจ้าหน้าที่จากกรมการพัฒนาธุรกิจการค้า ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เรียกร้องให้สำนักงานเกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ย้ำว่า "คนทำความผิดต้องมีจุดจบ" และกำชับให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปอย่างเข้มงวด เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนในพื้นที่สกลนคร
สำหรับประชาชนในจังหวัดสกลนคร หน่วยงานท้องถิ่นเตรียมจัดกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและการตรวจสอบความถูกต้องของการขอเอกสารจากบุคคลภายนอกต่อไป