เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2569 กรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 นำโดยผู้บริหารระดับสูงและหน่วยปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นโกดังไม่มีเลขที่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร และตรวจยึดสินค้าที่เป็นการนำเข้าผิดกฎหมายจำนวนมาก ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำสินค้าผิดกฎหมายเข้ามาในราชอาณาจักร
สิ่งของพบเป็นของกลางและมูลค่าความเสียหาย
จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบสินค้าหลายประเภทที่มีต้นกำเนิดจากต่างประเทศและละเมิดเครื่องหมายการค้า ได้แก่ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ประเภทต่าง ๆ รวมเป็นของกลางกว่า 26,500 ชิ้น ซึ่งตามการประเมินมีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมประมาณ 238 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นของกลางและเตรียมนำตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมาย
หน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการ
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในกรมศุลกากรและหน่วยงานในภูมิภาค ได้แก่ ส่วนควบคุมทางศุลกากร ศภ.2 ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สคศ. ศภ.2 ด่านศุลกากรนครพนม และกองบังคับการสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงหน่วยงานสนับสนุนอื่น ๆ ซึ่งดำเนินการภายใต้คำสั่งและนโยบายของผู้บริหารระดับสูงของกรมศุลกากร
- หน่วยงานสั่งการ: กรมศุลกากร ภายใต้การกำกับของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- หน่วยดำเนินการ: ศุลกากรภาคที่ 2 และด่านศุลกากรนครพนม พร้อมฝ่ายสืบสวนและปราบปรามที่เกี่ยวข้อง
- สถานที่ตรวจค้น: โกดังไม่มีเลขที่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
ความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พนักงานเจ้าหน้าที่ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หากการสอบสวนพบผู้กระทำความผิดชัดเจน จะถูกดำเนินคดีตามบทบัญญัติที่กำหนดไว้
| ประเภทสินค้า (ตัวอย่าง) | จำนวนรวม (ชิ้น) | มูลค่าประเมิน (โดยรวม) |
|---|---|---|
| เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง ฯลฯ | 26,500 | ประมาณ 238,000,000 บาท |
ผลสะเทือนทางเศรษฐกิจและสังคม
เจ้าหน้าที่ชี้ว่าการลักลอบนำเข้าสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและสินค้าผิดกฎหมายมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ทั้งผู้ประกอบการที่ชำระภาษีอย่างถูกต้องและผู้บริโภคที่อาจได้รับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน นอกจากมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้ว ยังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของผู้บริโภคหากสินค้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องสำอางที่ไม่มีการตรวจสอบ
การดำเนินการต่อไป
หลังยึดของกลาง เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพื่อนำไปดำเนินคดีตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายเครื่องหมายการค้า โดยจะมีการสอบสวนขยายผลถึงเครือข่ายการลักลอบนำเข้าและช่องทางการจำหน่ายเพื่อนำมาซึ่งการดำเนินคดีต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด หากพบหลักฐานเพียงพอ
ทั้งนี้ การปราบปรามของหน่วยงานศุลกากรภาค 2 สะท้อนนโยบายของกระทรวงการคลังในการเข้มงวดต่อการนำเข้าสินค้าที่ผิดกฎหมายและละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการที่ถูกต้องและความปลอดภัยของผู้บริโภค