เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2569 ที่ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร กลุ่มประชาชนจากอำเภอโกสัมพีนครเดินทางมาชุมนุมบริเวณด้านหน้าอาคารศาลากลางเพื่อยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด กดดันให้มีคำสั่งให้ นายอำเภอโกสัมพีนคร หยุดปฏิบัติหน้าที่และย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำป้ายข้อความและส่งเสียงโห่ร้องเพื่อแสดงจุดยืน
ปัญหากองทุนหมู่บ้าน-การเข้าแทรกแซงงานชุมชน
แกนนำชาวบ้านชี้แจงว่าการรวมตัวครั้งนี้มีต้นเหตุมาจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อำเภอที่ส่งผลให้ชุมชนได้รับความเดือดร้อน โดยได้รวบรวมข้อเรียกร้องทั้งหมดเป็น 22 ข้อ ซึ่งครอบคลุมปัญหาหลักหลายด้าน อาทิ การเข้าไปแทรกแซงการบริหารกองทุนหมู่บ้านจนทำให้การเบิกจ่ายล่าช้าและชาวบ้านไม่สามารถกู้ยืมเงินตามระบบได้ ทั้งยังระบุถึงการใช้ตำแหน่งข่มขู่จนเกิดความแตกแยกในชุมชน
หนึ่งในแกนนำ คือ นายวิทยา ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นกองทุนหมู่บ้านว่า การแทรกแซงการทำงานของกรรมการกองทุนและเครือข่ายภาคประชาชนเป็นสาเหตุให้ระบบการบริหารจัดการหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่พึ่งพากองทุนเพื่อการประกอบอาชีพและสาธารณประโยชน์ในชุมชน
ข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสและประวัติการย้ายกลับมา
นอกจากปัญหากองทุนแล้ว ชาวบ้านยังยกประเด็นความไม่ชัดเจนเรื่องความโปร่งใสของการบริหาร อีกทั้งอ้างถึงเหตุการณ์ในอดีตที่มีข่าวเรื่องการเรียกรับส่วยเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเคยนำไปสู่การย้ายเจ้าหน้าที่คนนั้นออกจากพื้นที่ แต่ต่อมามีการแต่งตั้งให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่อีกครั้ง ทำให้ชาวบ้านตั้งคำถามและเรียกร้องให้หน่วยงานต้นสังกัดตรวจสอบข้อเท็จจริง
- จำนวนข้อเรียกร้อง: 22 ข้อ
- เงื่อนไขการเรียกร้อง: ขอให้ย้ายออกภายใน 24 ชั่วโมง
- ตัวแทนประชาชนที่เข้าร่วมหารือ: ตัวแทน 20 คนขึ้นไปถูกเชิญเข้าพบเจ้าหน้าที่
การตอบรับจากฝ่ายผู้รับผิดชอบ
หลังจากยื่นหนังสือ เจ้าหน้าที่ศาลากลางได้ประสานให้ตัวแทนชาวบ้านประมาณ 20 คน ขึ้นไปประชุมหารือที่ห้องประชุม โดยมี นายอนุชา พัสถาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นผู้แทนของจังหวัดรับมอบหนังสือข้อเรียกร้อง
รองผู้ว่าฯ ชี้แจงกับตัวแทนประชาชนว่าจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงตามประเด็นทั้ง 22 ข้อ และระบุว่าเรื่องการโยกย้ายตำแหน่งจะดำเนินการตามขั้นตอนและส่งเรื่องเสนอไปยังกระทรวงมหาดไทยต่อไป พร้อมทั้งสั่งการให้มีการจัดเต็นท์และเก้าอี้ไว้คอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาติดตามเหตุการณ์ด้านล่างอย่างเป็นระเบียบ
เสียงจากผู้ได้รับผลกระทบ
นางยุพิน เลขานุการกองทุนหมู่บ้าน หมู่ 1 ตำบลเพชรชมพู ระบุว่า นายอำเภอพยายามเข้ามาแทรกแซงการทำงานของกรรมการเครือข่ายกองทุน ถึงแม้จะไม่มีอำนาจตามบทบาทดังกล่าว ทำให้ระบบบริหารจัดการของกองทุนหยุดชะงักและประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ชาวบ้านต้องออกมาขอความชัดเจนจากจังหวัด
ผลกระทบต่อชุมชนและประเด็นที่ควรติดตาม
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชุมชนในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับกองทุนหมู่บ้านซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก หากการบริหารไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลหรือมีการแทรกแซง อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินและโอกาสพัฒนาของประชาชนในพื้นที่
| ประเด็น | ผลกระทบ |
|---|---|
| การแทรกแซงกองทุนหมู่บ้าน | เบิกจ่ายล่าช้า ชาวบ้านไม่สามารถกู้เงิน |
| การใช้อำนาจข่มขู่ | เกิดความแตกแยกในชุมชน |
| ข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใส | ความเชื่อมั่นของประชาชนลดลง |
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการประชุมหารือ ตัวแทนของจังหวัดรับปากจะตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบตามข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนราชการ ขณะที่กลุ่มชาวบ้านระบุว่าจะปักหลักชุมนุมต่อหากไม่ได้รับความชัดเจนตามข้อเรียกร้อง
สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการบริหารงานท้องถิ่นและสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงทรัพยากรชุมชน หากจังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถให้ความชัดเจนและแก้ไขปัญหาได้ จะช่วยคลี่คลายความตึงเครียดและฟื้นฟูความไว้วางใจในหน่วยงานรัฐระดับพื้นที่