ชาวบ้าน ผู้ประกอบการร้านค้า และผู้ปกครองในพื้นที่ใกล้เคียงของถนนจักรีประพาส ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร แสดงความไม่พอใจต่อความยืดเยื้อของโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักระยะที่ 3 ซึ่งดำเนินงานมากว่าหนึ่งปี ส่งผลให้การสัญจรและการค้าขายได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาที่ชุมชนเผชิญ
การสำรวจพื้นที่พบว่าบริเวณที่ดำเนินงานมีความยาวประมาณ 200 เมตร และความกว้างราว 12 เมตร พื้นผิวถนนถูกขุดเป็นช่วง ๆ ทำให้เกิดฝุ่นฟุ้งในช่วงอากาศแห้ง และน้ำขังเมื่อฝนตก สร้างความไม่สะดวกต่อการเดินทางของประชาชนที่มาติดต่อหน่วยงานราชการใกล้เคียง รวมทั้งผู้ปกครองที่มาส่งรับเด็กนักเรียนอนุบาล นอกจากนี้ร้านค้าริมถนนระบุว่าลูกค้ามีความลำบากในการเข้า-ออก ส่งผลให้รายได้ลดลง
- ฝุ่นละอองจากการขุดถนน ส่งผลต่อสุขภาพผู้สูงอายุและเด็ก
- น้ำขังเมื่อฝนตก ทำให้บางช่วงเดินรถลำบากและเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ
- การค้าขายของร้านรวงริมทางลดลงจากการเข้าถึงที่ยากขึ้น
"อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดผู้รับเหมาให้ทำงานแล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องฝุ่นและการเดินทางของประชาชน"
คำกล่าวของ น.ส.อำพร กิจธารา อายุ 70 ปี หนึ่งในผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ สะท้อนความเดือดร้อนของชุมชนที่เผชิญกับปัญหาดังกล่าวเป็นเวลานาน
เหตุผลของความล่าช้าและแนวทางแก้ไข
เจ้าหน้าที่จากกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ชี้แจงว่าการดำเนินงานล่าช้าเนื่องจากต้องมีการเปลี่ยนรูปแบบการคืนผิวถนนตามความต้องการของเทศบาลเมืองชุมพร จากเดิมที่กำหนดให้เป็นผิวแอสฟัลต์คอนกรีต ไปเป็น ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) ซึ่งทำให้ต้องแก้ไขแบบ ปรับสัญญา และปรับวัสดุ-เครื่องจักรที่ใช้ อีกทั้งระหว่างการขุดยังพบอุปสรรคใต้ดิน เช่น แนวสายไฟแรงสูงและท่อเดิม ทำให้การทำงานต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น
แผนการทำงานล่าสุดของผู้รับเหมาเป็นการแบ่งพื้นที่ขุดเป็นช่องจราจร เพื่อเร่งคืนผิวจราจรเป็นระยะ โดยจะดำเนินการเทคอนกรีตคืนผิวจราจรในช่องแรกเป็นการชั่วคราวภายในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2569 ก่อนจะรื้อและคืนผิวในช่องที่เหลือต่อไป และตั้งเป้าจะเคลียร์พื้นที่ทั้งหมดในบริเวณดังกล่าวภายใน สิ้นเดือนกันยายน พ.ศ. 2569
| รายการ | สถานะ / กำหนดการ |
|---|---|
| ระยะการก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบ | ยาวประมาณ 200 เมตร กว้าง 12 เมตร |
| คืนผิวจราจรช่องแรก (ชั่วคราว) | ภายในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2569 |
| เคลียร์พื้นที่ทั้งหมด | ภายในสิ้นเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 |
ผลกระทบเชิงสังคมและข้อพิจารณา
ปัญหาการก่อสร้างที่ยืดเยื้อไม่เพียงสร้างความไม่สะดวกในระยะสั้น แต่ยังส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการรายย่อยและสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและเด็ก การออกแบบการคืนผิวถนนเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กมีข้อดีในด้านความทนทาน แต่ขั้นตอนเปลี่ยนแปลงแบบและสัญญาจำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบระหว่างการดำเนินงาน
ภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และหามาตรการบรรเทา เช่น การพรางฝุ่นชั่วคราว การใช้เครื่องจักรที่ลดการฟุ้งกระจาย และการจัดช่องทางสัญจรชั่วคราวเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มาใช้บริการสถานที่ราชการในบริเวณใกล้เคียง
คำถามค้างคา
ชุมชนยังคงตั้งคำถามต่อประสิทธิภาพการบริหารโครงการสาธารณูปโภคในระดับท้องถิ่นว่า จะสามารถประสานงานระหว่างหน่วยงานเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงแบบไม่กระทบประชาชนมากนักได้อย่างไร และจะมีการชดเชยหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการค้าขายที่ลดลงหรือไม่
ผู้สื่อข่าวจะติดตามความคืบหน้าการคืนผิวจราจรและการเคลียร์พื้นที่ตามกำหนดที่ผู้รับเหมายืนยัน และนำข้อมูลมาเสนอให้ประชาชนทราบต่อไป