บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศแผนลงทุนเชิงรุกในจังหวัดภูเก็ต ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ 3 ปี (พ.ศ.2569–2571) โดยตั้งเป้าขยายมูลค่าพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ให้แตะระดับ 30,000 ล้านบาท ผ่านการอัดฉีดเงินลงทุนใหม่รวม 11,650 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม วิลล่า มิกซ์ยูส และกลุ่มธุรกิจโรงแรม
ภาพรวมการลงทุนที่สะสมและโครงการในมือ
ข้อมูล ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ระบุว่า ออริจิ้นมีมูลค่าการลงทุนสะสมในภูเก็ตรวมกันประมาณ 18,350 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายทั้งคอนโดมิเนียมและวิลล่า จำนวน 8 โครงการ รวมกว่า 3,937 ยูนิต มูลค่าลงทุนราว 15,650 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราขายเฉลี่ยสูงกว่า 60% ขณะเดียวกันบริษัทกำลังพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสในทำเลสำคัญ 2 แห่ง และมีแผนขยายกลุ่มธุรกิจโรงแรมอีก 3 โครงการรวม 601 ห้อง มูลค่าการลงทุนราว 2,700 ล้านบาท
| รายการ | มูลค่า (ล้านบาท) |
|---|---|
| ยอดลงทุนสะสม (สิ้น Q2/2569) | 18,350 |
| กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย | 15,650 |
| กลุ่มโรงแรม (3 โครงการ, 601 ห้อง) | 2,700 |
| งบลงทุนใหม่ (พ.ศ.2569–2571) | 11,650 |
| เป้าพอร์ตรวมในภูเก็ต | 30,000 |
กลยุทธ์เจาะตลาดต่างชาติและพันธมิตรเชนโรงแรม
แผนพัฒนาของบริษัทมุ่งเน้นการสร้างรายได้ประจำ (recurring income) จากธุรกิจโรงแรม โดยจับมือกับเชนระดับนานาชาติ โดยในพอร์ตมีทั้งแบรนด์จากเครือฮิลตันและแมริออท เช่น โครงการ Motto Phuket Kata และ Moxy ในพื้นที่เชิงทะเลและเจ้าฟ้า ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป
โครงสร้างผู้ซื้อ: ต่างชาติครองสัดส่วนสำคัญ
หนึ่งในปัจจัยที่ออริจิ้นให้ความสำคัญคือการมาถึงของผู้ซื้อชาวต่างชาติในภูเก็ต โดยบริษัทระบุว่า ภูเก็ตเป็นพื้นที่ที่ได้รับการยอมรับในฐานะพื้นที่ปลอดภัยระดับสากลและเป็นที่นิยมของลูกค้าต่างชาติในการซื้อเป็นบ้านหลังที่สอง สถิติผู้ซื้อในพอร์ตภูเก็ตแบ่งตามสัญชาติได้ดังนี้
- รัสเซีย ครองสัดส่วนสูงสุดที่ 46.6%
- โปแลนด์ อยู่ที่ 15.9%
- จีน อยู่ที่ 6.4%
- กลุ่มอื่นๆ รวม 31.1%
"พอร์ตอสังหาฯภูเก็ต เรามีกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยสัดส่วนของชาวต่างชาติ 3 อันดับแรก คือ รัสเซีย 46.6%, โปแลนด์ 15.9%, จีน 6.4% และอื่นๆ 31.1%"
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม
การลงทุนในระดับนี้จะส่งผลต่อทั้งสายการจ้างงานในระยะสั้นจากการก่อสร้างและในระยะยาวจากการบริการโรงแรมและการบริหารจัดการที่พัก ขณะเดียวกันการขยายตัวของโครงการอสังหาริมทรัพย์และมิกซ์ยูสต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อทรัพยากรท้องถิ่น ทั้งทรัพยากรน้ำ การจัดการของเสีย และการใช้พื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการต้องร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
แนวทางการลงทุนและความเสี่ยงที่จับตา
แม้ตัวเลขการลงทุนและพันธมิตรเชนโรงแรมจะสร้างความเชื่อมั่น แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ลงทุนและชุมชนต้องติดตาม เช่น ความผันผวนของตลาดต่างชาติ สภาพเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และนโยบายการท่องเที่ยวของรัฐที่จะมีผลต่ออุปสงค์ที่อยู่อาศัยในเมืองท่องเที่ยว นอกจากนี้การปรับสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติถือเป็นประเด็นสำคัญที่ควรได้รับการวางแผนอย่างรอบคอบ
สำหรับภูเก็ต การเข้ามาของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดอสังหาฯ เป็นสัญญาณของการฟื้นตัวและการเติบโตในระยะยาว แต่ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ชุมชน และภาครัฐจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างสมดุล พร้อมสร้างรายได้และรักษาเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกต่อไป