บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศขยายการลงทุนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งงบลงทุนเพิ่มอีก 11,650 ล้านบาท ทั้งคอนโดมิเนียม โรงแรม และโครงการเวลเนส ซึ่งจะทำให้พอร์ตสะสมในภูเก็ตเพิ่มจากเดิมที่มีมูลค่า 18,350 ล้านบาท ขยับขึ้นเป็น 31,600 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ.2569-2571)
พอร์ตปัจจุบันและแผนระยะสั้น
บริษัทระบุว่าปัจจุบันมีพอร์ตในภูเก็ตแยกเป็นธุรกิจหลัก 2 ด้าน คืออสังหาฯเพื่อขายและธุรกิจโรงแรม โดยแยกรายละเอียดเป็นมูลค่า ยูนิต และแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ ดังนี้
| ประเภทธุรกิจ | จำนวนโครงการ/โรงแรม | จำนวนยูนิต/ห้อง | มูลค่า (ล้านบาท) |
|---|---|---|---|
| อสังหาฯเพื่อขาย | 8 โครงการ | 3,937 ยูนิต | 15,650 |
| ธุรกิจโรงแรม | 3 แห่ง | 601 ยูนิต | 2,700 |
| รวมพอร์ตปัจจุบัน | — | — | 18,350 |
สำหรับโครงการที่จะเปิดในช่วงปีพ.ศ.2569-2571 มีทั้งคอนโดมิเนียมและโรงแรมหลายแห่ง โดยบริษัทแจ้งว่าโครงการที่เริ่มเปิดแล้วมี ออริจิ้น รีสอร์ท เวิลด์ ภูเก็ต บางเทา บีช ขณะที่โครงการที่เตรียมเปิดในเร็ว ๆ นี้คือ ออริจิ้น ลากูน เชิงทะเล ภูเก็ต เวลเนสมิกซ์ยูส
โครงการใหม่และจังหวะการลงทุน
แผนการลงทุนใหม่ที่แจ้งไว้มีรายละเอียดสำคัญ เช่น
- เปิดตัว ออริจิ้น เวลเนส เรสซิเดนซ์ เชิงทะเล มูลค่า 2,300 ล้านบาท จำนวน 546 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้น 3.19 ล้านบาท
- โครงการ ออริจิ้น กะทู้-ป่าตอง มูลค่า 1,200 ล้านบาท จำนวน 378 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท
- ในปีพ.ศ.2570-2571 มีแผนเปิดคอนโดอีก 7 โครงการ มูลค่ารวม 8,150 ล้านบาท และโรงแรมอีก 2 แห่ง มูลค่า 1,880 ล้านบาท
กลยุทธ์พื้นที่และราคาที่ดิน
บริษัทชี้ว่าการเติบโตของตลาดเช่าและดีมานด์จากชาวต่างชาติเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการขยายพอร์ตในภูเก็ต โดยมีการถือครองแลนด์แบงก์ 3 แปลง รวมถึงงบประมาณสำหรับซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีก 500 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวในทำเลที่น่าสนใจ
ในรายละเอียด เจ้าหน้าที่บริษัทระบุว่าราคาที่ดินบางทำเลมีการปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่นราคาที่ดินในพื้นที่บางเทาเพิ่มจากประมาณไร่ละ 10–15 ล้านบาท (พ.ศ.2566) ไปสู่ประมาณไร่ละ 60 ล้านบาท อย่างไรก็ดี บริเวณหาดสุรินทร์ ราไวย์ และกะตะยังถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีราคาเข้าถึงได้มากกว่า โดยตั้งเป้าซื้อไม่เกินไร่ละ 20–25 ล้านบาท
"เรามีแผนลงทุนเพิ่ม 11,650 ล้านบาท ส่งผลให้พอร์ตสะสมใน 3 ปี ตั้งแต่ปี 2569-2571 เพิ่มจาก 18,350 ล้านบาท ขยับเป็น 31,600 ล้านบาท และรายได้เฉพาะภูเก็ตคาดว่าปีนี้จะเกิน 3,000 ล้านบาท"
ลูกค้าเป้าหมายและผลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น
บริษัทระบุว่ากลุ่มลูกค้ามาจากทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยลูกค้าต่างชาติที่ซื้อในพอร์ตปัจจุบันมีสัดส่วนสำคัญจากรัสเซีย โปแลนด์ และจีน ขณะที่ลูกค้าชาวไทยมาจากคนภูเก็ต คนกรุงเทพฯ และผู้ที่ย้ายเข้ามาทำงาน ซึ่งการลงทุนและโครงการใหม่ ๆ คาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับภูเก็ตทั้งในภาคการท่องเที่ยว การบริการ และภาคก่อสร้าง
สำหรับผู้ประกอบการท้องถิ่นและนักลงทุนรายย่อย ข้อมูลนี้มีนัยสำคัญต่อการวางแผนธุรกิจ ทั้งด้านที่พักอาศัยระยะยาว ตลาดเช่า และการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ท่องเที่ยว หากโครงการเปิดตามแผนจะยิ่งตอกย้ำความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต
แม้ข่าวการลงทุนจะเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภูเก็ต แต่ความท้าทายยังคงอยู่ที่การบริหารผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การจราจร และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งต้องอาศัยการวางผังเมืองและการประสานงานระหว่างภาคเอกชนกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้การเติบโตยั่งยืนต่อไป
อภิชาติ ทะเลทอง ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดภูเก็ต, WE NEWS