ลำปาง — อุตสาหกรรมเซรามิกลำปางซึ่งเคยเป็นแหล่งผลิตสำคัญของประเทศกำลังเผชิญความท้าทายหนักหน่วงจากการรุกตลาดของสินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ส่งผลให้จำนวนโรงงานลดลงอย่างรวดเร็ว รายได้และคำสั่งซื้อหดตัว พร้อมแรงกดดันเรื่องต้นทุนพลังงานและค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น
สถานการณ์ปัจจุบันของภาคเซรามิก
ข้อมูลจากผู้ประกอบการและสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปางระบุว่า กรุงเทพมหานครของอุตสาหกรรมเซรามิกลำปางเคยมีโรงงานถึง 220 แห่ง ซึ่งคิดเป็นกว่า 1 ใน 3 ของโรงงานเซรามิกในประเทศ แต่ปัจจุบันได้ทยอยปิดตัวหรือหยุดชั่วคราวจนเหลือไม่ถึง 100 แห่ง ที่ยังดำเนินการอยู่
รายได้จากการส่งออกของกลุ่มผู้ผลิตเคยอยู่ในระดับสูงสุดถึงประมาณ 2,000–3,000 ล้านบาทต่อปี แต่ในช่วงหลังรายได้ลดลง เหลือราว 1,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ชัดเจนถึงการหดตัวของอุตสาหกรรม
แรงกดดันจากสินค้านำเข้าและต้นทุนการผลิต
ผู้ประกอบการชี้ว่า สินค้าจากจีนมีราคาขายที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของสินค้าท้องถิ่นอย่างมาก ตัวอย่างเช่นชามตราไก่ลำปางซึ่งผลิตแบบหัตถกรรมและมีต้นทุนการผลิตประมาณใบละ 20 บาท ขณะที่สินค้าจีนที่เข้ามาจำหน่ายในตลาดบางล็อตมีราคาขายเพียง 10–15 บาท ทำให้ผู้ผลิตท้องถิ่นไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้
“ชามตราไก่ลำปางยังคงผลิตแบบ Handmade ลวดลายเขียนด้วยมือทุกใบ ราคาต้นทุนอยู่ที่ใบละประมาณ 20 บาท แต่ของจีนขายเพียง 10-15 บาท ทำให้สินค้าชามตราไก่ลำปางทรุดหนัก”
นอกจากการแข่งขันด้านราคาแล้ว ผู้ประกอบการยังเผชิญต้นทุนพลังงานที่เป็นปัจจัยสำคัญและเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมสูงขึ้นและแรงกดดันต่อสภาพคล่องของโรงงานขนาดเล็กและกลางทวีความรุนแรง
การปรับตัวของผู้ผลิตรายใหญ่
โรงงานขนาดใหญ่บางแห่งเริ่มปรับโครงสร้างเพื่อลดต้นทุน โดยลดจำนวนแรงงานและนำระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต ตัวอย่างเช่น บริษัท ลำปางศิลปนคร จำกัด ซึ่งเคยมีพนักงานมากกว่า 200 คนได้ปรับเหลือบุคลากรไม่กี่คนและใช้หุ่นยนต์ปฏิบัติงานในช่วงกลางคืนรวมถึงหยุดเตาเผาเมื่อไม่มีคำสั่งซื้อ
การใช้หุ่นยนต์เป็นทางออกในเชิงต้นทุนสำหรับโรงงานขนาดใหญ่ แต่ก็มีผลต่อการจ้างงานของแรงงานท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้ที่พึ่งพาอาชีพในภาคการผลิตแบบดั้งเดิม
ความต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐ
ผู้ประกอบการและสมาคมเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือในหลายประเด็น ได้แก่
- การหาและขยายตลาดส่งออกให้ผู้ผลิตไทย
- มาตรการปกป้องการค้าจากการตีตลาดด้วยราคาต่ำของสินค้านำเข้า
- การสนับสนุนงบประมาณสำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น งานเซรามิกแฟร์ ที่ปีนี้ถูกรัฐบาลตัดงบไป ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อโอกาสระบายสต็อกของผู้ประกอบการรายเล็ก
ผู้ประกอบการมองว่าการรณรงค์ให้ผู้บริโภคไทยสนับสนุนสินค้าในประเทศควบคู่กับมาตรการขยายตลาดต่างประเทศจะช่วยผ่อนแรงกระทบระยะสั้นได้
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและแนวทางต่อไป
อุตสาหกรรมเซรามิกเป็นแหล่งรายได้และการจ้างงานสำคัญของจังหวัด การหดตัวของภาคนี้ไม่ได้กระทบเพียงผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อซัพพลายเชนทั้งผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ผู้ขนส่ง และชุมชนที่พึ่งพารายได้จากงานฝีมือ การแก้ปัญหาจึงต้องอาศัยทั้งมาตรการระยะสั้นเพื่อบรรเทาแรงกระทบ และมาตรการระยะยาวเพื่อเพิ่มความสามารถแข่งขัน เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ มาตรฐาน การออกแบบ และช่องทางการตลาดใหม่
| ประเด็น | ข้อมูลจากแหล่งข่าว |
|---|---|
| จำนวนโรงงานเดิม | 220 แห่ง |
| จำนวนโรงงานปัจจุบัน | ไม่ถึง 100 แห่ง |
| รายได้ส่งออก (อดีต) | 2,000–3,000 ล้านบาท/ปี |
| รายได้ส่งออก (ปัจจุบัน) | ประมาณ 1,000 ล้านบาท/ปี |
อนาคตของอุตสาหกรรมเซรามิกลำปางจึงขึ้นกับความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ ภาครัฐ และผู้บริโภค หากไม่เร่งหาทางออกที่ครอบคลุม ทั้งด้านการค้า นโยบายปกป้องผู้ผลิตในประเทศ และการส่งเสริมตลาดใหม่ อาจเห็นการสูญเสียภูมิปัญญาท้องถิ่นและงานฝีมือที่มีคุณค่าในระยะยาว