อดีต ส.ส.ลงพื้นที่ให้กำลังใจโรงเรียน–คัดค้านร่างแลนด์บริดจ์
วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะกรรมการสาขาพรรค เขต 1 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินทางลงพื้นที่อำเภอคีรีรัฐนิคม โดยเริ่มจาก โรงเรียนวัดถ้ำสิงขร เพื่อพบปะครู บุคลากร และนักเรียน
กิจกรรมที่จัดมีการแจกถุงผ้าให้แก่ครูและนักเรียนทั้งโรงเรียน พร้อมมอบเงินสนับสนุนจำนวนหนึ่งให้แก่สถานศึกษา ก่อนเดินทางไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำสิงขร เพื่อกล่าวปลุกจิตสำนึกให้เยาวชนและครูร่วมกันรักษาถิ่นเกิดและทรัพยากรของชาติ
- แจกถุงผ้าให้โรงเรียนและชุมชน
- มอบเงินสนับสนุนแก่โรงเรียน (จำนวนเงินไม่ระบุ)
- ปราศรัยและรณรงค์คัดค้านร่างกฎหมายแลนด์บริดจ์
- รับฟังปัญหาผู้เลี้ยงหอยแครงและประชุมที่เทศบาลท่าฉาง
เน้นคัดค้านร่างกฎหมายขายที่ดินให้ชาวต่างชาติ
นายวัชระกล่าวปราศรัยต่อชาวบ้านที่ศาลาหมู่ 5 ต.ถ้ำสิงขร โดยชี้แจงและสอบถามความเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายที่เรียกกันว่า แลนด์บริดจ์ ซึ่งตามคำอธิบายในพื้นที่จะเปิดให้ชาวต่างชาติเข้าถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อสร้างโรงงานในหลายจังหวัด รวมทั้ง ระนอง, ชุมพร, นครศรีธรรมราช และ สุราษฎร์ธานี โดยให้สิทธิการถือครองเป็นระยะเวลานานถึง 99 ปี
จากการสอบถามในที่ชุมนุม ชาวบ้านแสดงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว และที่ประชุมได้รับถุงผ้าต่อต้านแลนด์บริดจ์ซึ่งแจกให้กับ อสม. และกลุ่มผู้สูงอายุของพื้นที่
“พี่น้องทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เอา”
รับฟังปัญหาผู้เลี้ยงหอยแครงและการเรียกร้องความยุติธรรม
หลังจากกิจกรรมในพื้นที่ถ้ำสิงขร นายวัชระเดินทางไปเทศบาลท่าฉางเพื่อรับฟังปัญหาจากผู้เลี้ยงหอยแครงในทะเล และร่วมปราศรัยกับนายจรงค์ ปลอดชุ่ม อดีตกำนันตำบลตะเคียนทอง โดยมีการยืนยันเจตนารมณ์เรียกร้องความยุติธรรมและการคุ้มครองอาชีพของชาวสุราษฎร์ธานี
| สถานที่ | กิจกรรม |
|---|---|
| โรงเรียนวัดถ้ำสิงขร (อ.คีรีรัฐนิคม) | แจกถุงผ้าให้ครู-นักเรียน, มอบเงินสนับสนุน |
| ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และอบต.ถ้ำสิงขร | ปลุกจิตสำนึกรักถิ่นเกิด |
| ศาลาหมู่ 5 ต.ถ้ำสิงขร | ปราศรัยคัดค้านร่างกฎหมายแลนด์บริดจ์, แจกถุงผ้าต่อต้าน |
| เทศบาลท่าฉาง | รับฟังปัญหาผู้เลี้ยงหอยแครง, ปราศรัยร่วมกับอดีตกำนัน |
ความเชื่อมโยงต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและการท่องเที่ยว
ประเด็นแลนด์บริดจ์และการตั้งโรงงานหรือโรงยางมะตอยในพื้นที่สุราษฎร์ธานี มีผลสัมพันธโดยตรงต่อการใช้ประโยชน์ที่ดิน อาชีพประมงชายฝั่ง และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัด หากพื้นที่ชายฝั่งหรือที่นาเกษตรถูกเปลี่ยนสภาพเป็นเขตอุตสาหกรรม จะกระทบต่อรายได้และวิถีชีวิตของชุมชนที่พึ่งพาการประมงและการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
การที่อดีต ส.ส. ลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชนในลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของคนในพื้นที่ที่ต้องการให้มีการพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจท้องถิ่น และสิทธิเกี่ยวกับที่ดินก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
ผู้อำนวยการโรงเรียน หน่วยงานท้องถิ่น หรือผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อสาธารณะเกี่ยวกับผลลัพธ์หรือตัวเลขการสนับสนุนที่ได้รับจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ แต่กิจกรรมที่เกิดขึ้นชี้ว่าเรื่องสิทธิที่ดินและการคุ้มครองอาชีพยังเป็นประเด็นที่ประชาชนในพื้นที่ติดตามอย่างใกล้ชิด
รายงานจากพื้นที่ชี้ให้เห็นถึงการรวมตัวของคนในชุมชนทั้งในรูปแบบของการรับฟังข้อมูล แจกถุงผ้าเชิงสัญลักษณ์ และการแลกเปลี่ยนปัญหาเชิงอาชีพ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งบรรทัดฐานสำคัญในการติดตามความเคลื่อนไหวของนโยบายที่อาจส่งผลกระทบต่อสุราษฎร์ธานีต่อไป