วันที่ 15 ส.ค. พ.ศ. 2569 องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งภาคีเครือข่ายภาคประชาชน จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำของจังหวัดอย่างยั่งยืน โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 80 คน เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดมาตรการรับมือในทุกมิติของปัญหาน้ำ
กรอบการทำงานและเป้าหมายเชิงนโยบาย
การประชุมดังกล่าวมุ่งเน้นการบูรณาการเชิงพื้นที่ เพื่อตอบโจทย์ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลให้เกิดทั้งปัญหา น้ำแล้ง น้ำท่วม และ น้ำเสีย พร้อมยกระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในฐานะผู้ใช้และผู้ดูแลทรัพยากรน้ำหลักของจังหวัด
ผู้นำการขับเคลื่อนระบุแผนการนำร่องที่เด่นชัด คือการส่งเสริมและพัฒนาโมเดล "ฝายมีชีวิต" ควบคู่กับการจัดตั้งกลไกบริหารจัดการน้ำในระดับพื้นที่ รวมถึงการขยายผลโครงการสำรวจ วิจัย และประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับนโยบายระดับจังหวัด
ผู้รับผิดชอบและบทบาทภาคประชาชน
นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร มอบหมายให้ นายอำพล ธานีครุฑ (ผู้ใหญ่หรั่ง) ที่ปรึกษา และนายกสมาคมการท่องเที่ยวชุมชนแห่งประเทศไทย ร่วมกับ นางพันธนี มิ่งขวัญ สมาชิกสภา อบจ.ท่าแซะ เป็นแกนนำหลักในการประสานภาคประชาชนและองค์กรภาคี เพื่อกำหนดมาตรการและวางแผนการปฏิบัติ
"การขับเคลื่อนครั้งนี้ต้องยึดข้อมูลจริงและการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหัวใจ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำอย่างยั่งยืน"
มาตรการเชิงพื้นที่และงบประมาณ
อบจ.เตรียมเสนอและผลักดันงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดจำนวน 10 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการติดตั้งกลไกเชิงพื้นที่ และเร่งรัดแผนยุทธศาสตร์ด้านการจัดการน้ำ โดยแบ่งแนวทางการขับเคลื่อนตาม 5 เมกะเทรนด์การจัดการน้ำที่ตกผลึกจากการหารือ
- การก่อสร้างและปรับปรุงระบบ "ฝายมีชีวิต" ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
- การวางกลไกบริหารจัดการน้ำแบบยั่งยืนในทุกระดับ
- การสำรวจ วิจัย และศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
- การพัฒนาศักยภาพคนในพื้นที่ผ่านการอบรมและการมีส่วนร่วม
- การเชื่อมโยงการจัดการน้ำกับมิติเศรษฐกิจและสังคม เช่น การฟื้นฟูหน้าดินและการปลูกพืชริมน้ำ
มาตรการดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่มีเป้าหมายระยะยาวในการฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำ เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและการเกษตร
สถานะฝายชะลอน้ำในพื้นที่เป้าหมาย
การสำรวจเชิงพื้นที่ชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ในการขยายการจัดการผ่านฝายชะลอน้ำที่มีอยู่เดิม โดยข้อมูลที่นำเสนอในที่ประชุมระบุจำนวนฝายในสองอำเภอหลักของจังหวัด
| อำเภอ | จำนวนฝายในพื้นที่ |
|---|---|
| ท่าแซะ | 50 แห่ง |
| หลังสวน | 69 แห่ง |
ความคาดหวังต่อการขับเคลื่อนระดับท้องถิ่น
ผู้จัดงานตั้งเป้าว่าการเคลื่อนงานครั้งนี้จะเป็นฐานข้อมูลและต้นแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารน้ำ ให้ชุมชนมีบทบาทสำคัญทั้งในการวางแผน การดำเนินงาน และการติดตามประเมินผล สิ่งสำคัญคือการเชื่อมโยงมาตรการฟื้นฟูระบบนิเวศกับความมั่นคงทางอาหารของพื้นที่
สำหรับขั้นต่อไป อบจ.จะจัดทำแผนปฏิบัติการระดับพื้นที่เพื่อระบุจุดดำเนินการเร่งด่วน กำหนดตัวชี้วัด และจัดสรรงบประมาณตามความจำเป็น ทั้งนี้การติดตามผลจะต้องมีการสำรวจข้อมูลอย่างต่อเนื่องและการประเมินผลกระทบทั้งเชิงนิเวศและสังคม
การประชุมครั้งนี้นับเป็นการเริ่มต้นของความพยายามฝังแนวคิดการจัดการน้ำเชิงระบบในระดับจังหวัด โดยหวังให้เป็นกลไกที่เชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ นโยบายท้องถิ่น และความรู้ภูมิปัญญาชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อรับมือความท้าทายในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ