จังหวัดลำปางซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการผลิตเซรามิกและชามตราไก่ กำลังเผชิญกับวิกฤตที่กระทบต่อทั้งผู้ประกอบการและแรงงานท้องถิ่น เมื่อโรงงานผลิตเซรามิกหลายแห่งต้องปิดกิจการหรือหยุดการผลิต ส่งผลให้จำนวนผู้ผลิตลดฮวบจากเดิมที่มีประมาณ 220 โรงงาน เหลือไม่ถึง 100 โรงงาน ทำให้สัดส่วนการผลิตลดลงอย่างชัดเจน
ปัจจัยกดดันธุรกิจ
ผู้ประกอบการระบุว่าเหตุปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ มีทั้งปัญหาต้นทุนด้านพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นหลังช่วงโรคระบาด การหดตัวของคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการแข่งขันจากสินค้านำเข้าจากจีนที่จำหน่ายในราคาต่ำกว่าอย่างมาก
- ต้นทุนพลังงานที่เป็นค่าใช้จ่ายหลักของโรงงานเพิ่มขึ้น
- คำสั่งซื้อจากตลาดหดตัว ส่งผลให้มีสินค้าค้างสต็อก
- สินค้าจีนเข้ามาจำหน่ายในราคาต่ำ ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างการค้า
ผลกระทบต่อโรงงานดั้งเดิมและการจ้างงาน
โรงงานเก่าแก่ของจังหวัดอย่าง บริษัท ลำปางศิลปนคร จำกัด ซึ่งเดิมมีพนักงานมากกว่า 200 คน ได้ปรับการดำเนินงานครั้งใหญ่ โดยต้องหยุดส่วนเตาเผาและลดจำนวนแรงงานคนในสายการผลิต พร้อมหันมาใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ทดแทนแรงงานคนในบางส่วนเพื่อประคับประคองค่าใช้จ่าย
นายกิติศักดิ์ สินวนาทรัพย์ กรรมการผู้จัดการบริษัทลำปางศิลปนคร จำกัด และนายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง ให้ข้อมูลว่าโรงงานขนาดเล็กจนถึงขนาดกลางจำนวนมากไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ จึงจำเป็นต้องหยุดการผลิตชั่วคราวหรือปิดกิจการ ส่งผลต่อการจ้างงานในพื้นที่
"สินค้าจีนเข้ามาทุ่มตลาดในราคาถูกกว่าเกือบครึ่ง ขณะที่ชามตราไก่ลำปางผลิตแบบแฮนด์เมด ต้นทุนประมาณ 20 บาทต่อใบ แต่ของจีนขายเพียง 10–15 บาท ทำให้โรงงานขนาดเล็ก-กลางต้องถอย"
ปัญหาเชิงนโยบายการค้า
แหล่งข่าวระบุว่าการเปิดเสรีทางการค้ามีผลให้การนำเข้าสินค้าได้รับการลดภาษีนำเข้าเหลือราว 30 เปอร์เซ็นต์ ในบางช่วง และล่าสุดมีการจัดเก็บภาษีแบบเหมารวมต่อคอนเทนเนอร์ที่ระดับ 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสร้างช่องว่างในการนำเข้าสินค้าที่อาจทำให้ราคาบนตลาดลดต่ำลงกว่าความเป็นจริงของต้นทุนการผลิต
นอกจากนี้มีข้อกังวลว่าผู้ประกอบการบางรายอาจออกอินวอยซ์ต่ำกว่าราคาจริงจากผู้ผลิตในจีน ทำให้สินค้าเข้ามาในราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ยิ่งสร้างความไม่เป็นธรรมต่อผู้ผลิตในประเทศ
ความได้เปรียบเชิงต้นทุนและคุณภาพ
ชามตราไก่และเครื่อง陶เซรามิกของลำปางยังคงยึดกระบวนการผลิตแบบแฮนด์เมดและการวาดลวดลายด้วยมือ ซึ่งเป็นจุดเด่นด้านคุณภาพและความเป็นเอกลักษณ์ แต่การแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงกว่าสินค้าจีน ทำให้ราคาจำหน่ายไม่สามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับสินค้านำเข้าที่ลดราคา
แนวทางบรรเทาผลกระทบและข้อเสนอจากผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบการเสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตท้องถิ่น เช่น การทบทวนนโยบายภาษีนำเข้า การใช้มาตรการป้องกันการทุ่มตลาดอย่างเป็นธรรม รวมถึงมาตรการสนับสนุนการทำตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและงานฝีมือ
| หัวข้อ | สถานะ/ตัวเลขที่รายงาน |
|---|---|
| จำนวนโรงงานก่อนหน้า | ประมาณ 220 แห่ง |
| จำนวนโรงงานปัจจุบัน (ที่ยังดำเนินการ) | ไม่ถึง 100 แห่ง |
| ต้นทุนผลิตชามตราไก่ต่อชิ้น | ประมาณ 20 บาท |
| ราคาสินค้าจีนในตลาด | ประมาณ 10–15 บาทต่อชิ้น |
ผลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและภาพรวม
การหดตัวของอุตสาหกรรมเซรามิกส่งผลต่อรายได้ครัวเรือน ผู้ค้าปลีก และห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น ตั้งแต่ผู้ผลิตดิน ผู้ให้บริการเตาเผา วัสดุแพ็กกิ้ง และผู้ขนส่ง หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจเห็นการลดลงของการจ้างงานและการเคลื่อนไหวเศรษฐกิจในพื้นที่
ความท้าทายอนาคต
ท่าทีของผู้ประกอบการคือจำเป็นต้องปรับตัวทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มุ่งตลาดเชิงคุณค่า รวมทั้งหาช่องทางส่งออกและการสร้างแบรนด์ที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคยอมจ่ายในราคาที่สะท้อนถึงคุณภาพและงานฝีมือ ในขณะเดียวกันความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนมีความจำเป็นในการออกมาตรการคุ้มครองการค้าอย่างเป็นธรรมและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม
สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนว่าการอนุรักษ์อุตสาหกรรมพื้นถิ่นที่มีมูลค่าทางวัฒนธรรมควรได้รับความสนใจ ทั้งในมิติการคุ้มครองการแข่งขันและการส่งเสริมการตลาดเชิงสร้างสรรค์ เพื่อไม่ให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและอาชีพของชุมชนต้องสูญหายไปจากแรงกดดันด้านราคาและต้นทุน