ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากหลายด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง และการคุมเข้มสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ส่งผลให้ผู้ประกอบการและนายหน้าต้องมองหาโอกาสใหม่ โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการขยายฐานลูกค้าออกสู่ต่างประเทศ ซึ่งยังมีความต้องการซื้อและลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง
นางดรุณี รุ่งเรืองผล เลขาธิการสมาคมชุมนุมอสังหาริมทรัพย์ไทย (TRECA) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาร์วิด พร๊อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส จำกัด ระบุว่า ภายใต้แรงกดดันด้านกำลังซื้อภายในประเทศ ธุรกิจนายหน้าและผู้พัฒนาโครงการจึงหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ซื้อจากต่างประเทศมากขึ้น เพราะมองว่าประเทศไทยยังมีความได้เปรียบทั้งด้านคุณภาพชีวิต ต้นทุนการครองชีพที่คุ้มค่า ระบบสาธารณสุขที่เข้าถึงได้ และการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง
ชัดเจนที่ภูเก็ตและพัทยา
แนวโน้มที่น่าสนใจคือการชะลอของตลาดระดับล่างไปพร้อมกับการขยายตัวของโครงการในระดับบน โดยเฉพาะกลุ่มUltra Luxury ซึ่งผู้ประกอบการใหญ่ทั้งไทยและต่างชาติเริ่มมองเห็นศักยภาพ การเคลื่อนตัวนี้สะท้อนว่าไทยกำลังขึ้นเรดาร์นักลงทุนที่มองหาทั้งที่อยู่อาศัยและสินทรัพย์เพื่อการลงทุน
สำหรับพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง ภูเก็ต และ พัทยา ปัจจัยที่หนุนตลาดมาจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและความต้องการพำนักระยะยาวของชาวต่างชาติ ทำให้ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่ายังคงโดดเด่น โดยตัวเลขที่น่าสนใจคือ Rental Yield อยู่ในระดับ 8–10% สำหรับทำเลที่มีศักยภาพ
| เมือง | บทบาท | แนวโน้มผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า |
|---|---|---|
| กรุงเทพฯ | ศูนย์กลางธุรกิจและบริการ | มีความหลากหลาย ตามทำเล |
| ภูเก็ต | เมืองท่องเที่ยวและพำนักระยะยาว | 8–10% |
| พัทยา | เมืองท่องเที่ยวเชิงบูรณาการ | 8–10% |
| กระบี่ | แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเพิ่มความนิยม | กำลังได้รับความสนใจ |
ผลกระทบต่อท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม
การไหลเข้าของนักลงทุนต่างชาติและโครงการระดับบนย่อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนท้องถิ่น ทั้งในแง่การจ้างงาน บริการด้านการท่องเที่ยว และรายได้จากภาษี แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องจับตามอง เช่น ความกดดันด้านที่อยู่อาศัยของคนท้องถิ่น การใช้ทรัพยากรน้ำและพลังงาน รวมถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่ง
เพื่อให้ผลประโยชน์กระจายและยั่งยืน ผู้ประกอบการและหน่วยงานท้องถิ่นจึงควรคำนึงถึงการออกแบบโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างเงื่อนไขให้ชุมชนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการลงทุน
- นักลงทุนควรพิจารณาค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและค่าธรรมเนียมก่อนลงทุน
- ผู้พัฒนาควรจัดทำมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมชุมชนท้องถิ่น
- หน่วยงานภาครัฐต้องกำกับดูแล เพื่อป้องกันปัญหานอมินีและการถือครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ การเติบโตของโรงเรียนนานาชาติและบริการสำหรับครอบครัวต่างชาติเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงครอบครัวให้เข้ามาพำนักระยะยาว ซึ่งต่อยอดไปสู่ความต้องการที่อยู่อาศัยและการปล่อยเช่าในระยะยาวได้อย่างชัดเจน
สำหรับผู้สนใจลงทุนในพื้นที่ภูเก็ต ควรติดตามนโยบายการอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบแหล่งที่มาของการลงทุน และประเมินศักยภาพด้านรายได้จากการปล่อยเช่าอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในทำเลที่มีอุปสงค์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่น
ในระยะต่อไป ตลาดอสังหาฯ ไทยดูเหมือนจะเคลื่อนไปสู่ความหลากหลายมากขึ้น ทั้งการขยายตลาดระดับบนและการตอบโจทย์ลูกค้าต่างชาติ หากฝ่ายต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน สามารถประสานงานและวางแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภูเก็ตซึ่งเป็นหนึ่งในฮอตสปอตของประเทศจะยังคงเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนและผู้ที่มองหาคุณภาพชีวิตที่สมดุลระหว่างงาน ท่องเที่ยว และธรรมชาติ