ธนาคารทิสโก้ โดย นายเฉลิมพล เอี่ยมคณะ พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสา (TISCO Volunteer) สาขาเชียงใหม่ ร่วมกับ Haze Free Social Enterprise และเกษตรกรในชุมชนตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมืองลำปาง
โครงการปลูกป่าเชิงอาชีพ ฟื้นพื้นที่จากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว
เมื่อวันที่เผยแพร่ โครงการต้นแบบการปลูกป่าเพื่อสร้างอาชีพไร้ควันที่ยั่งยืน ดำเนินการปลูกต้นไม้บนพื้นที่รวม 5 ไร่ ในชุมชนทุ่งฝาย เป็นปีที่ 3 ของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาคเอกชนและชุมชนท้องถิ่น จุดมุ่งหมายหลักคือเปลี่ยนพื้นที่ที่เสื่อมโทรมจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ให้กลับเป็นระบบวนเกษตรที่สามารถผลิตอาหารและสร้างรายได้ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
โครงการนี้วางแนวทางทั้งในด้านการเพิ่มความหลากหลายของชนิดพืช การสร้างพื้นที่กักเก็บคาร์บอน และการลดสาเหตุสำคัญของฝุ่นควันในพื้นที่ภาคการเกษตร ซึ่งรวมถึงการเผาเศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร
พันธุ์ไม้ที่ปลูกและเป้าหมายเชิงเศรษฐกิจ
การปลูกคราวนี้เน้นทั้งไม้เศรษฐกิจและไม้เพื่อการอนุรักษ์ โดยพันธุ์ที่ระบุมีทั้งผลผลิตเชิงพาณิชย์และต้นไม้ให้ความสำคัญกับระบบนิเวศ ได้แก่
- ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ และพันธุ์ขาวพวง
- ทับทิมสยาม
- ฝรั่ง ขนุน มะม่วง
- หว้า
- กัลปพฤกษ์ ทองอุไร และเหลืองเชียงราย (ไม้ให้ดอกและเก็บเกี่ยวได้)
แนวคิดคือการสร้างแหล่งรายได้ระยะยาวให้กับเกษตรกร ลดการพึ่งพาการปลูกพืชตามฤดูกาลเพียงอย่างเดียว และส่งเสริมการจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืน
| ประเภท | ตัวอย่างพันธุ์ไม้ | บทบาท |
|---|---|---|
| ไม้ผลเชิงพาณิชย์ | ส้มโอ, ฝรั่ง, ขนุน, มะม่วง, ทับทิม | สร้างรายได้ระยะยาว |
| ไม้เพื่ออนุรักษ์/ให้ดอก | กัลปพฤกษ์, ทองอุไร, เหลืองเชียงราย | เพิ่มความหลากหลายชีวภาพและระบบนิเวศ |
มิติด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการมลพิษ
การปรับพื้นที่เป็นวนเกษตรนอกจากจะช่วยฟื้นสภาพดินและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพแล้ว ยังสามารถเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งมีแนวทางนำไปสู่การพิจารณาเพื่อขอรับรองคาร์บอนเครดิตในระบบอาสาสมัครของประเทศไทย (T‑VER) ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
ในทางปฏิบัติ การเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตรจากการเผาเป็นระบบวนเกษตรที่มีพืชหลายชนิดช่วยลดปริมาณการเผาเศษวัสดุ และเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังในหลายจังหวัดภาคเหนือ
ความร่วมมือเชื่อมโยงชุมชนและภาคเอกชน
การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนรูปแบบความร่วมมือระหว่างธนาคาร เป็นองค์กรธุรกิจที่ส่งเสริมงานอาสาสังคม และองค์กรสังคมที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลดหมอกควัน โดยจับมือกับเกษตรกรท้องถิ่นในการออกแบบและลงมือทำโครงการที่ตอบโจทย์ทั้งมิติสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจฐานราก
การมีส่วนร่วมของชุมชนในระดับนี้ยังช่วยสร้างความรู้และทักษะการจัดการสวนผสม การดูแลพันธุ์ไม้เศรษฐกิจ และการวางแผนเชิงธุรกิจสำหรับรายได้จากผลผลิตในอนาคต
ความยั่งยืนและแนวทางต่อไป
โครงการดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 3 ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นระยะยาว หากสามารถสานต่อแนวทางดังกล่าวและขยายผลไปสู่พื้นที่อื่น จะเป็นต้นแบบการฟื้นฟูที่ผสานประโยชน์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางรายได้ของชุมชน ในขั้นตอนต่อไปที่น่าสนใจคือการติดตามตัวชี้วัดการเพิ่มคาร์บอนในพื้นที่ ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของครัวเรือนเกษตร และการลดปริมาณการเผาในระดับตำบล
สำหรับประชาชนและเกษตรกรที่สนใจแนวทางดังกล่าว ควรเริ่มจากการประเมินสภาพพื้นที่ เลือกพืชที่เหมาะสมกับสภาพดินและภูมิอากาศ รวมทั้งวางแผนการจำหน่ายผลผลิตเพื่อให้เกิดรายได้ที่ต่อเนื่องและยั่งยืน
การขยายผลเช่นนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติไม่ใช่เพียงโครงการระยะสั้น แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่เกิดผลในระยะยาวทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ