วิทยาลัยเทคนิคระยองจัดการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาครั้งที่ 4/2569 เพื่อพิจารณาแนวนโยบายและมาตรการยกระดับการบริหารจัดการสถานศึกษา รวมทั้งแนวทางลดปัญหาผู้เรียนอาชีวศึกษาออกนอกระบบ (Zero Drop Out) และเพิ่มสัดส่วนการมีงานทำของผู้สำเร็จการศึกษา
ผสานภาคี เพื่อการศึกษาที่เชื่อมต่อชุมชนและตลาดแรงงาน
การประชุมเมื่อวันที่ 13 ส.ค. พ.ศ. 2569 จัดขึ้นที่ห้องประชุมสัมมนาอาชีวศึกษา ชั้น 3 อำเภอเมือง ระยอง โดยมีนายประดิษฐ์ วัชระดนัย ประธานกรรมการสถานศึกษา เป็นประธานในพิธี ขณะที่นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผู้อำนวยการวิทยาลัยเป็นผู้ให้การต้อนรับ และมี ดร.ธวัชชัย อุ่ยพานิช ในฐานะประธานกรรมการที่ปรึกษาด้านการจัดการอาชีวศึกษาเข้าร่วม พร้อมด้วยกรรมการและที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายสาขา
ที่ประชุมเน้นย้ำการสร้างความร่วมมือเชื่อมโยงระหว่างสถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และชุมชน เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานและความต้องการของพื้นที่
วาระสำคัญและการติดตามผล
วาระการประชุมที่สำคัญมีทั้งการพิจารณาการย้ายครูในสายผู้บริหารและสายการสอน การติดตามการจัดสรรงบประมาณโครงการที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า 3 เขต รวมถึงการเสนอขอจัดตั้ง "ธนาคารหน่วยกิต" เพื่อต่อยอดการเรียนรู้และการบริหารหลักสูตรที่ยืดหยุ่น
- การย้ายครูสายการสอน: ย้ายออก 5 ราย, ย้ายเข้า 8 ราย
- การย้ายสายบริหาร: ย้ายเข้า 2 ราย
- ประเด็นการติดตามผู้เรียนที่หลุดจากระบบและการส่งเสริมการมีงานทำ
ที่ประชุมยังลงรายละเอียดมาตรการการติดตามนักเรียนที่ประกาศพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา และแผนช่วยเหลือให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา
ตัวเลขผู้สำเร็จการศึกษาและการมีงานทำ
ในการนำเสนอข้อมูลด้านผลลัพธ์ของการศึกษา พบตัวเลขที่สะท้อนสถานการณ์การมีงานทำและการศึกษาต่อของผู้สำเร็จการศึกษาดังนี้
| ระดับการศึกษา | จำนวนผู้สำเร็จการศึกษา | มีงานทำ | ศึกษาต่อ | อื่น/ว่างงาน/อื่นๆ |
|---|---|---|---|---|
| ปวช. | 865 คน | 4% | 93.9% | 2.1% |
| ปวส. | 1,133 คน | 70.4% | 12.2% | รวมอาชีพอิสระ 5.6%, ว่างงาน 8.6%, เกณฑ์ทหาร 3.2% |
ตัวเลขชี้ให้เห็นความต่างระหว่างระดับ ปวช. และ ปวส. ในด้านการตอบรับตลาดแรงงาน โดยผู้สำเร็จ ปวส. มีสัดส่วนผู้มีงานทำสูงกว่ามาก ขณะที่ผู้สำเร็จ ปวช. ส่วนใหญ่เลือกศึกษาต่อเป็นหลัก
ปัญหาและแนวทางปฏิบัติ
ที่ประชุมยอมรับว่าปัจจัยหนึ่งของการว่างงานหรือการที่บัณฑิตอาชีวศึกษาต้องเผชิญคือการคัดเลือกงานที่ตรงกับความต้องการของผู้เรียน และช่องว่างระหว่างทักษะที่ได้รับจากสถานศึกษากับความต้องการของสถานประกอบการ ในส่วนของการแก้ปัญหาผู้เรียนหลุดจากระบบ พบว่าในระดับ ปวช. มีการประกาศพ้นสภาพเนื่องจากผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์จำนวน 119 คน โดยติดตามกลับเข้าสู่ระบบได้ 24 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 20.16 ส่วน ปวส. ประกาศพ้นสภาพ 42 คน และติดตามกลับมาได้ 3 คน คิดเป็นร้อยละ 7.14
มาตรการที่หารือเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวประกอบด้วยการเสริมทักษะด้านอาชีพที่ตรงกับความต้องการผู้ประกอบการ การจัดฝึกงานเชิงบูรณาการกับสถานประกอบการ และการตั้งกลไกติดตามนักเรียนอย่างใกล้ชิดในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเรียน
ความสำคัญต่อท้องถิ่น
สำหรับจังหวัดระยองซึ่งมีฐานอุตสาหกรรมและการลงทุนสูง การพัฒนาอาชีวศึกษาให้เชื่อมโยงกับตลาดแรงงานท้องถิ่นเป็นเรื่องสำคัญในการสร้างแรงงานที่มีทักษะตรงตามความต้องการ การร่วมมือระหว่างวิทยาลัยเทคนิค ชุมชน และผู้ประกอบการจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยลดการว่างงานของเยาวชนและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก
การประชุมครั้งนี้จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันนโยบายและโครงการที่มุ่งเน้นประสิทธิผลของการศึกษาอาชีวะ เพื่อให้ผู้เรียนมีทั้งทางเลือกในการศึกษาต่อและความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน
รายงานจากการประชุมยังสะท้อนความจำเป็นในการติดตามผลเชิงตัวเลขและการประเมินผลโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงนโยบายให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและความต้องการของผู้เรียน