เกิดเหตุมิจฉาชีพล้วงทรัพย์ผู้สูงอายุในวัดพื้นที่อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น โดยผู้ต้องสงสัยเป็นชาย-หญิง ใช้วิธีแอบอ้างเป็นหมอนวดน้ำมนต์และหมอนวดจับเส้น ตีสนิทแม่ชีและญาติโยมที่มาปฏิบัติธรรม ก่อนฉวยโอกาสล้วงทรัพย์แล้วหลบหนี เหตุเกิดภายในวัดในตำบลนางามและมีผู้เสียหายเป็นผู้สูงอายุหลายราย
ลักษณะคนร้ายและวิธีการก่อเหตุ
จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สรุปลักษณะผู้ก่อเหตุว่าเป็นชายรูปร่างผอม อายุโดยประมาณ 50 ปี และหญิงรูปร่างอ้วน ผมสั้น ทั้งสองน่าจะเป็นสามีภรรยากัน ใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีเทา เป็นพาหนะ ขณะก่อเหตุได้เข้าไปเสนอแผนการนวดให้ผู้สูงอายุที่มาพักและปฏิบัติธรรมภายในวัด โดยอ้างว่าจะทดลองนวดให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
เมื่อผู้เสียหายยอมให้บริการ ผู้ก่อเหตุฝ่ายหญิงจะลงมือนวดในจังหวะที่ฝ่ายชายอยู่ใกล้กระเป๋าเงินหรือเครื่องประดับของเหยื่อ และใช้โอกาสฉวยเอาทรัพย์สินออกไปโดยที่ผู้เสียหายไม่ทันรู้ตัว
ผู้เสียหายและความเสียหาย
| ผู้เสียหาย | อายุ | สิ่งของที่หาย | ลักษณะเหตุ |
|---|---|---|---|
| แม่ชีจันทร์หอม | 80 ปี | เงินสด 800 บาท (ภายในกระเป๋าสตางค์) | ถูกหลอกให้นวดแล้วพบเงินหาย |
| นางบุญจันทร์ | 71 ปี | แหวนทองครึ่งสลึง | ถูกชักชวนให้ถอดเครื่องประดับก่อนนวดแล้วถูกล้วง |
ตำรวจ สภ.มัญจาคีรี ได้รับแจ้งเหตุและลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมระบุว่าอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้งสองคนมาดำเนินคดี อย่างไรก็ตามยังไม่มีการจับกุมในเวลานี้
คำแนะนำและมาตรการป้องกันสำหรับชาวขอนแก่น
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้สูงอายุ ซึ่งมักมาเข้าวัดเพื่อปฏิบัติธรรมเป็นกลุ่มเปราะบางที่มิจฉาชีพอาจใช้ความไว้ใจและความมีน้ำใจเป็นช่องทางในการกระทำผิด เจ้าหน้าที่และผู้ดูแลวัดจึงควรเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและให้ความรู้กับญาติโยม
- ไม่อนุญาตให้บุคคลแปลกหน้าเข้ามานวดผู้สูงอายุโดยไม่มีการตรวจสอบและแนะนำจากผู้ดูแลวัด
- ผู้สูงอายุควรเก็บทรัพย์สินมีค่าไว้กับผู้ดูแลหรือฝากในที่ปลอดภัย ไม่วางทิ้งไว้ในกระเป๋าที่เปิดได้ง่าย
- หากมีผู้นำเสนอบริการโดยไม่คิดเงิน ให้ติดต่อญาติหรือผู้ดูแลก่อนรับบริการ
- หากพบพฤติกรรมต้องสงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
“เตือนผู้สูงอายุที่อยู่บ้านตามลำพังให้ระมัดระวัง หากพบชายหญิงลักษณะคล้ายสามีภรรยาเข้ามาเสนอนวดให้ฟรี ไม่ควรหลงเชื่อ และต้องดูแลทรัพย์สินอย่างใกล้ชิด”
สำหรับชุมชนและวัดต่างๆ ในจังหวัดขอนแก่น เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนว่าจำเป็นต้องร่วมมือกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ ทั้งการจัดชุดอาสาสมัครคอยสังเกต ดูแลทรัพย์สิน และเสริมมาตรการการเข้าออกของบุคคลภายนอกในบริเวณวัด
การกระจายข่าวและการให้ความรู้แก่ญาติโยม โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ดูแลวัด และครอบครัว จะช่วยลดโอกาสที่มิจฉาชีพใช้เล่ห์เหลี่ยมลวงล้วงทรัพย์ การประสานงานกับตำรวจท้องที่เพื่อเพิ่มการลาดตระเวนในช่วงที่มีการจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ควรดำเนินการเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของชุมชน
WE NEWS จะติดตามความคืบหน้าการจับกุมผู้ต้องสงสัยและรายงานให้ประชาชนทราบต่อไป