ในช่วงฤดูฝนที่มีน้ำท่วมฉับพลันและสภาพแวดล้อมชื้นชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมหรือมีพืชพันธุ์หนาแน่นควรระมัดระวังการพบงูพิษ หลังมีรายงานจากโรงพยาบาลทหาร 121 ในเวียดนามว่าตั้งแต่ต้นปีมีผู้เข้ารับการรักษาจากการถูกงูกัดแล้ว 542 ราย อาการรุนแรงหลายกรณีต้องรับการให้ เซรุ่มต้านพิษ และการฟอกไตเพื่อขจัดพิษ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าช่วงนี้ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นและประชาชนควรเตรียมความพร้อมด้านความรู้และมาตรการป้องกัน
เหตุการณ์จริงและแนวทางการรักษาที่โรงพยาบาล
กรณีตัวอย่างที่โรงพยาบาลทหาร 121 ระบุไว้เป็นบุคคลชายวัย 63 ปี ซึ่งขณะถูกงูกัดมีอาการโคม่าและมีฟองจากปาก แพทย์ระบุว่าการระบุชนิดงูไม่เสมอไปเมื่อครอบครัวไม่ได้นำงูหรือภาพมาให้ตรวจ จึงต้องพิจารณาจากลักษณะรอยเขี้ยวและอาการทางคลินิกร่วมกัน ทีมแพทย์ได้ให้เซรุ่มต้านพิษควบคู่กับการฟอกไตเพื่อกำจัดสารพิษ ส่งผลให้อาการดีขึ้นภายในวันถัดมาและย้ายไปยังแผนกผู้ป่วยในต่อไป
"ทีมแพทย์ฉุกเฉินได้ประเมินสถานการณ์ทันทีและให้เซรั่มต้านพิษที่เหมาะสมร่วมกับการฟอกไตเพื่อกำจัดสารพิษ" — นายแพทย์ฟาม กว็อก โต๋น
กลุ่มเสี่ยงและสถานการณ์ในเด็ก
ไม่เพียงผู้ใหญ่ที่ตกเป็นเหยื่อ โรงพยาบาลเด็กในพื้นที่เดียวกันยังรับผู้ป่วยเด็กที่ถูกงูกัดหลายรายในเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม พ.ศ. 2569 โดยมีรายงานเด็กถูกงูพิษชนิดหางแดงกัดขณะเล่นหรือเดินในสวน ถึงแม้บางกรณีจะแสดงสัญญาณเนื้อเยื่อตายหรือความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด แต่การให้เซรุ่มต้านพิษทันเวลาช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้
ข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามเบื้องต้นเมื่อตกเป็นเหยื่องูพิษ
จากกรณีศึกษาและแนวทางการรักษาที่แพทย์ยืนยัน ประชาชนควรทราบข้อปฏิบัติต่อไปนี้เพื่อเพิ่มโอกาสรอดและลดความรุนแรงของพิษ:
- รีบนำผู้ถูกงูกัดส่งสถานพยาบาลทันที อย่าชะลอด้วยความเชื่อผิดๆ
- อย่าตัดหรือดูดเลือดหรือพิษด้วยปากของตนเอง เพราะเสี่ยงติดเชื้อและไม่มีหลักฐานช่วยลดพิษ
- หลีกเลี่ยงการผูกเฝือกหรือใส่สายรัดรัดบริเวณเหนือแผลอย่างแน่น เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือดและเกิดภาวะแทรกซ้อน
- หากเป็นไปได้ จดจำลักษณะงูหรือถ่ายภาพ (ระยะปลอดภัย) เพื่อช่วยการวินิจฉัย แต่ห้ามพยายามฆ่างูหรือสัมผัสซากงูเพราะเสี่ยงถูกกัดซ้ำ
- ติดตามสัญญาณทางเดินหายใจ ความดัน และสติของผู้ป่วยระหว่างรอการเคลื่อนย้าย
ตาราง: การตอบสนองฉุกเฉินเบื้องต้นเมื่อถูกงูกัด
| สถานการณ์ | การกระทำที่ควรทำ |
|---|---|
| เห็นงูแต่ไม่ถูกกัด | ถอยห่างอย่างช้าๆ หลีกเลี่ยงการรบกวน |
| ถูกงูกัดแต่มีสัญญาณเล็กน้อย | ประคองบริเวณที่ถูกกัดให้อยู่ต่ำกว่าหัว ใส่ผ้าพันหลวมๆ หากมีแผลเปิดห้ามปิดแน่น |
| มีอาการระบบ เช่น หายใจลำบาก ช็อก หมดสติ | เรียกรถพยาบาล/รีบนำส่งโรงพยาบาลที่มีสต็อกเซรุ่มต้านพิษ |
สำหรับจังหวัดแพร่ ซึ่งมีชุมชนเกษตรกรและพื้นที่ป่าที่ประชาชนมักทำงานกลางแจ้ง การตระหนักรู้และการเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ประกอบกิจกรรมในสวน ไร่ หรือตัดหญ้าควรสวมรองเท้าหุ้มข้อและกางเกงขายาว ตรวจสอบพื้นที่ก่อนลงมือทำงาน และหลีกเลี่ยงการวางมือหรือเท้าลงในพงหญ้าหรือหลุมที่มองไม่เห็น
สุดท้าย โรงพยาบาลและหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ควรเตรียมความพร้อมทรัพยากร ทั้งเซรุ่มต้านพิษ การอบรมบุคลากร และมาตรการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน เพื่อรับมือกับช่วงที่ความเสี่ยงงูกัดเพิ่มสูงในฤดูฝน และลดผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนในชุมชน