สุขภาพ แพร่ แพร่ (08)

เตือนชาวแพร่ในฤดูฝน: กรณีงูกัดเพิ่มขึ้น ควรรู้วิธีปฐมพยาบาลและเมื่อใดต้องรีบนำส่ง รพ.

โรงพยาบาลในเวียดนามรายงานผู้ถูกงูกัดเพิ่มช่วงน้ำหลาก แพทย์เน้นการส่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษาทันทีและใช้เซรุ่มต้านพิษควบคู่การฟอกไต รายงานเตือนให้ชุมชนระมัดระวังในพื้นที่พุ่มไม้ ชี้แนวปฏิบัติปฐมพยาบาลที่ควรหลีกเลี่ยงและข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุ

เตือนชาวแพร่ในฤดูฝน: กรณีงูกัดเพิ่มขึ้น ควรรู้วิธีปฐมพยาบาลและเมื่อใดต้องรีบนำส่ง รพ.
©ภาพประกอบ ศิริพร สุขสมบูรณ์ / we-news.com

ในช่วงฤดูฝนที่มีน้ำท่วมฉับพลันและสภาพแวดล้อมชื้นชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมหรือมีพืชพันธุ์หนาแน่นควรระมัดระวังการพบงูพิษ หลังมีรายงานจากโรงพยาบาลทหาร 121 ในเวียดนามว่าตั้งแต่ต้นปีมีผู้เข้ารับการรักษาจากการถูกงูกัดแล้ว 542 ราย อาการรุนแรงหลายกรณีต้องรับการให้ เซรุ่มต้านพิษ และการฟอกไตเพื่อขจัดพิษ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าช่วงนี้ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นและประชาชนควรเตรียมความพร้อมด้านความรู้และมาตรการป้องกัน

เหตุการณ์จริงและแนวทางการรักษาที่โรงพยาบาล

กรณีตัวอย่างที่โรงพยาบาลทหาร 121 ระบุไว้เป็นบุคคลชายวัย 63 ปี ซึ่งขณะถูกงูกัดมีอาการโคม่าและมีฟองจากปาก แพทย์ระบุว่าการระบุชนิดงูไม่เสมอไปเมื่อครอบครัวไม่ได้นำงูหรือภาพมาให้ตรวจ จึงต้องพิจารณาจากลักษณะรอยเขี้ยวและอาการทางคลินิกร่วมกัน ทีมแพทย์ได้ให้เซรุ่มต้านพิษควบคู่กับการฟอกไตเพื่อกำจัดสารพิษ ส่งผลให้อาการดีขึ้นภายในวันถัดมาและย้ายไปยังแผนกผู้ป่วยในต่อไป

"ทีมแพทย์ฉุกเฉินได้ประเมินสถานการณ์ทันทีและให้เซรั่มต้านพิษที่เหมาะสมร่วมกับการฟอกไตเพื่อกำจัดสารพิษ" — นายแพทย์ฟาม กว็อก โต๋น

กลุ่มเสี่ยงและสถานการณ์ในเด็ก

ไม่เพียงผู้ใหญ่ที่ตกเป็นเหยื่อ โรงพยาบาลเด็กในพื้นที่เดียวกันยังรับผู้ป่วยเด็กที่ถูกงูกัดหลายรายในเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม พ.ศ. 2569 โดยมีรายงานเด็กถูกงูพิษชนิดหางแดงกัดขณะเล่นหรือเดินในสวน ถึงแม้บางกรณีจะแสดงสัญญาณเนื้อเยื่อตายหรือความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด แต่การให้เซรุ่มต้านพิษทันเวลาช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้

ข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามเบื้องต้นเมื่อตกเป็นเหยื่องูพิษ

จากกรณีศึกษาและแนวทางการรักษาที่แพทย์ยืนยัน ประชาชนควรทราบข้อปฏิบัติต่อไปนี้เพื่อเพิ่มโอกาสรอดและลดความรุนแรงของพิษ:

  • รีบนำผู้ถูกงูกัดส่งสถานพยาบาลทันที อย่าชะลอด้วยความเชื่อผิดๆ
  • อย่าตัดหรือดูดเลือดหรือพิษด้วยปากของตนเอง เพราะเสี่ยงติดเชื้อและไม่มีหลักฐานช่วยลดพิษ
  • หลีกเลี่ยงการผูกเฝือกหรือใส่สายรัดรัดบริเวณเหนือแผลอย่างแน่น เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือดและเกิดภาวะแทรกซ้อน
  • หากเป็นไปได้ จดจำลักษณะงูหรือถ่ายภาพ (ระยะปลอดภัย) เพื่อช่วยการวินิจฉัย แต่ห้ามพยายามฆ่างูหรือสัมผัสซากงูเพราะเสี่ยงถูกกัดซ้ำ
  • ติดตามสัญญาณทางเดินหายใจ ความดัน และสติของผู้ป่วยระหว่างรอการเคลื่อนย้าย

ตาราง: การตอบสนองฉุกเฉินเบื้องต้นเมื่อถูกงูกัด

สถานการณ์ การกระทำที่ควรทำ
เห็นงูแต่ไม่ถูกกัด ถอยห่างอย่างช้าๆ หลีกเลี่ยงการรบกวน
ถูกงูกัดแต่มีสัญญาณเล็กน้อย ประคองบริเวณที่ถูกกัดให้อยู่ต่ำกว่าหัว ใส่ผ้าพันหลวมๆ หากมีแผลเปิดห้ามปิดแน่น
มีอาการระบบ เช่น หายใจลำบาก ช็อก หมดสติ เรียกรถพยาบาล/รีบนำส่งโรงพยาบาลที่มีสต็อกเซรุ่มต้านพิษ

สำหรับจังหวัดแพร่ ซึ่งมีชุมชนเกษตรกรและพื้นที่ป่าที่ประชาชนมักทำงานกลางแจ้ง การตระหนักรู้และการเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ประกอบกิจกรรมในสวน ไร่ หรือตัดหญ้าควรสวมรองเท้าหุ้มข้อและกางเกงขายาว ตรวจสอบพื้นที่ก่อนลงมือทำงาน และหลีกเลี่ยงการวางมือหรือเท้าลงในพงหญ้าหรือหลุมที่มองไม่เห็น

สุดท้าย โรงพยาบาลและหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ควรเตรียมความพร้อมทรัพยากร ทั้งเซรุ่มต้านพิษ การอบรมบุคลากร และมาตรการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน เพื่อรับมือกับช่วงที่ความเสี่ยงงูกัดเพิ่มสูงในฤดูฝน และลดผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนในชุมชน

ศิริพร สุขสมบูรณ์
ศิริพร AI บรรณาธิการข่าวสุขภาพ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ศิริพร ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

08แพร่

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น แพร่ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว