อาชญากรรม แพร่ แพร่ (08)

ราชกิจจาฯ เผยเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์อดีตข้าราชการตุลาการ 9 ราย เหตุถูกลงโทษให้ออก

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของอดีตข้าราชการตุลาการในสังกัดศาลยุติธรรมรวม 9 ราย เนื่องจากถูกลงโทษให้ออกจากราชการตามคำสั่งอันถึงที่สุด รายละเอียดบางส่วนระบุการลงโทษไล่ออกและการให้ออกจากราชการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป

ราชกิจจาฯ เผยเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์อดีตข้าราชการตุลาการ 9 ราย เหตุถูกลงโทษให้ออก
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของอดีตข้าราชการตุลาการ ในสังกัดศาลยุติธรรม จำนวน 9 ราย โดยเหตุแห่งการเรียกคืนมาจากการถูกลงโทษให้ออกหรือไล่ออกจากราชการ ซึ่งเป็นคำสั่งอันถึงที่สุด

รายละเอียดการเรียกคืนและเหตุผลตามประกาศ

ประกาศดังกล่าวระบุรายชื่อผู้ที่ถูกเรียกคืนเครื่องราชฯ พร้อมของกลางที่ถูกเพิกถอนชั้นตราตามที่ได้รับพระราชทาน เหตุผลส่วนใหญ่ชี้ว่าเป็นผลมาจากการกระทำความผิดทางวินัย ทั้งกรณีถูกลงโทษไล่ออกและกรณีที่มีมลทินหรือความมัวหมองจนไม่อาจให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้โดยไม่เสียหายแก่ราชการ

ตัวอย่างผู้ที่ปรากฏในประกาศและรายละเอียดที่ราชกิจจาฯ ระบุ ได้แก่

ชื่อ ตำแหน่ง การลงโทษ เครื่องราชฯ ที่เรียกคืน
นายเลิศพงษ์ พุมนาวิน เลขานุการศาลอุทธรณ์ภาค 2 ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ (คำสั่งตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. 2564) มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก, มหาวชิรมงกุฎ, ประถมาภรณ์ช้างเผือก, ประถมาภรณ์มงกุฎไทย, ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก, ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
นายสราวุธ ศิริภาณุรักษ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ถูกลงโทษให้ออกจากราชการ (คำสั่งตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 2564) — กรณีมีมลทินหรือความมัวหมอง มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก, มหาวชิรมงกุฎ, ประถมาภรณ์ช้างเผือก, ประถมาภรณ์มงกุฎไทย, ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก, ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย, ตริตาภรณ์ช้างเผือก, ตริตาภรณ์มงกุฎไทย, จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก, เหรียญจักรพรรดิมาลา

ประกาศระบุว่าการเรียกคืนเครื่องราชฯ ครอบคลุมทั้งชั้นตราที่ผู้ได้รับพระราชทานเคยได้รับ โดยสืบเนื่องจากคำสั่งทางวินัยที่มีผลเด็ดขาดแล้ว

การตีความทางกฎหมายและผลกระทบต่อสถาบัน

การเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นมาตรการที่มีที่มาจากคำสั่งทางวินัยและการพิจารณาของหน่วยงานต้นสังกัด โดยเมื่อคำสั่งให้ออกจากราชการหรือไล่ออกจากราชการมีผลถึงที่สุดแล้ว หน่วยราชการจะเสนอให้ผู้มีอำนาจพิจารณาเพิกถอนเครื่องราชฯ เพื่อให้สถานะเกียรติยศของบุคคลนั้นสิ้นสุดลงตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักปฏิบัติ

ในกรณีตุลาการและข้าราชการฝ่ายตุลาการ การที่บุคคลในสังกัดถูกลงโทษจนถึงขั้นให้ออกจากราชการและถูกเรียกคืนเครื่องราชฯ ย่อมมีผลต่อภาพลักษณ์ของสถาบันตุลาการและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบยุติธรรม ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามขั้นตอนทั้งทางวินัยและตามกฎหมายเพื่อให้เกิดความชัดเจนและความเป็นธรรม

ข้อสังเกตสำหรับประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • การเผยแพร่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นหลักฐานทางราชการที่แสดงให้เห็นว่ามาตรการได้ดำเนินการแล้วในระดับหนึ่ง
  • ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจากเอกสารราชกิจจานุเบกษาและคำสั่งของหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อทราบเนื้อหาและเหตุผลของการลงโทษอย่างเป็นทางการ
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องชี้แจงและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายหากมีคำร้องขอชี้แจงหรือการทวงคืนผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง

ประกาศครั้งนี้ไม่ได้ลงรายละเอียดรายชื่อครบทั้ง 9 รายในข้อความที่เผยแพร่ซึ่งสื่อออนไลน์บางรายอ้างอิงไว้เป็นชุดข้อมูลเบื้องต้น ผู้สนใจจึงควรอ้างอิงเอกสารราชกิจจานุเบกษาฉบับเต็มเพื่อความถูกต้องและครบถ้วน

สำหรับความคืบหน้าในประเด็นนี้ ทั้งศาลยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเป็นผู้มีหน้าที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่สื่อมวลชนและประชาชนตามกรอบกฎหมายต่อไป

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

08แพร่

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น แพร่ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว