เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมีเป้าหมายวางมาตรการกำกับดูแลธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ถือเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
เหตุผลและกรอบการกำกับดูแล
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นความจำเป็นต้องเตรียมมาตรการรับมือการไหลเข้าของการลงทุนศูนย์ข้อมูลระดับโลก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบด้านทรัพยากรสาธารณะและวิถีชีวิตของชุมชน เช่น ปัญหาการใช้พลังงาน การจัดสรรน้ำ และผลกระทบต่อผังเมือง
อำนาจหน้าที่สำคัญของคณะกรรมการที่กำหนดในระเบียบประกอบด้วยการ เสนอนโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทาง ต่อคณะรัฐมนตรี การศึกษาและติดตามผลกระทบจากการดำเนินการของดาต้าเซ็นเตอร์ และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
หลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อคุ้มครองสาธารณประโยชน์
ระเบียบระบุว่าการออกนโยบายต้องคำนึงถึงประเด็นสาธารณะหลายด้าน โดยไม่ได้เน้นเฉพาะผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ แต่ยังกำชับให้คำนึงถึงความยั่งยืนและความเป็นธรรม เช่น
- การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน
- การกำหนดราคาพลังงานให้เป็นธรรมต่อผู้บริโภค
- การจัดสรรทรัพยากรน้ำอย่างเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด
- การบริหารจัดการผังเมืองและมาตรการป้องกันอัคคีภัย
- การรักษาอธิปไตยด้านข้อมูลของประเทศ และมาตรการเยียวยาผลกระทบต่อชุมชน
การบังคับใช้และการรายงานผล
เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติรับรองนโยบายหรือข้อเสนอ คำสั่งนั้นจะผูกมัดหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตาม และหน่วยงานต้องรายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการทุกสามเดือน หากพบปัญหาหรือมีข้อขัดข้อง หน่วยงานต้องยื่นรายงานเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไข
ผลกระทบต่อจังหวัดและการเตรียมความพร้อมของท้องถิ่น
สำหรับจังหวัดต่าง ๆ รวมทั้งจังหวัดแพร่ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานสาธารณูปโภค การมีกลไกกำกับดูแลกลางนี้ช่วยให้ท้องถิ่นสามารถอ้างอิงมาตรฐานเดียวกันเมื่อตรวจพิจารณาแผนการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งในด้านการใช้ไฟฟ้า การจัดการน้ำ และการประเมินผลกระทบต่อชุมชน
ในทางปฏิบัติ หน่วยงานท้องถิ่นจะต้องประสานกับหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้องเมื่อมีโครงการเสนอเข้าเขตจังหวัด เพื่อให้การออกใบอนุญาตและการส่งเสริมการลงทุนเป็นไปตามกรอบนโยบายที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงที่ชุมชนจะได้รับผลกระทบจากการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล
ความท้าทายและประเด็นที่ต้องติดตาม
แม้การตั้งคณะกรรมการจะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างกรอบกำกับดูแล แต่ยังมีคำถามเชิงปฏิบัติที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประสานงานข้ามหน่วยงานเพื่อให้การบริหารทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การกำหนดมาตรฐานด้านการใช้พลังงานและน้ำที่ชัดเจน รวมทั้งเกณฑ์การประเมินผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
| ประเด็น | ที่คณะกรรมการต้องพิจารณา |
|---|---|
| พลังงาน | การใช้พลังงานสะอาด ความมั่นคงทางพลังงาน ราคาที่เป็นธรรม |
| น้ำ | การจัดสรรน้ำอย่างเป็นธรรมและประสิทธิผล |
| ความปลอดภัย | การป้องกันอัคคีภัยและการรักษาความปลอดภัยสาธารณะ |
| ข้อมูล | การรักษาอธิปไตยด้านข้อมูลของประเทศ |
การกำกับดูแลที่ชัดเจนและมีการประสานงานที่มีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลเติบโตควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของประชาชน ตลอดจนการรักษาเสถียรภาพสาธารณูปโภคของประเทศ
หน่วยงานและประชาชนที่สนใจสามารถติดตามมติคณะรัฐมนตรีและประกาศแนวปฏิบัติจากคณะกรรมการชุดดังกล่าวเพื่อประกอบการวางแผนและการมีส่วนร่วมในกระบวนการกำกับดูแลต่อไป