ประเด็นการจัดอาหารกลางวันของ โรงเรียนเทศบาลตำบลวัดประดู่ 1 ในอำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถูกจับตาหลังมีการเผยแพร่ภาพผ่านเพจสาธารณะซึ่งตั้งคำถามเกี่ยวกับปริมาณและความเหมาะสมของอาหารสำหรับนักเรียนระดับอนุบาล เหตุการณ์นำมาสู่คำสั่งตรวจสอบจากผู้บริหารระดับกระทรวงและการชี้แจงจากเทศบาลท้องถิ่น
ภาพในสื่อสังคมและคำชี้แจงของเทศบาล
เพจ "ชมรม STRONG ต้านทุจริต จังหวัดสุราษฎร์ธานี" ได้นำภาพอาหารกลางวันของโรงเรียนเทศบาลตำบลวัดประดู่ 1 เผยแพร่ โดยระบุลักษณะเมนูและปริมาณอาหารที่อาจไม่เหมาะสมสำหรับเด็กอนุบาล เช่น เมนูแกงเผ็ด ไก่ทอดชิ้นเล็ก ไข่พะโล้และไข่ดาวที่แบ่งชิ้น ผลไม้บางวันมีเพียงชิ้นเดียวหรือครึ่งลูก รวมถึงเมนูเส้นที่รับประทานร่วมกับถั่วต้ม ซึ่งสร้างคำถามต่อผู้ปกครองและประชาชน
ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว เทศบาลตำบลวัดประดู่ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ภาพที่เผยแพร่เป็นภาพจริงจากโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนที่ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 26, 28 พฤษภาคม และวันที่ 9, 10 และ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 โดยเป็นภาพบางส่วนที่คุณครูถ่ายหลังนักเรียนรับประทานอาหารหรือหลังนักเรียนขอเติมอาหาร เทศบาลชี้แจงว่าโรงเรียนดำเนินโครงการอาหารกลางวันเป็นประจำและใช้โปรแกรม Thai School Lunch ซึ่งคำนวณปริมาณสารอาหารไว้แล้ว พร้อมยืนยันว่ามีการตักอาหารให้เพียงพอและนักเรียนสามารถขอเติมได้
การสั่งตรวจสอบจากกระทรวง
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียด โดยย้ำว่าเรื่องอาหารกลางวันเป็นสวัสดิการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเด็ก การตรวจสอบต้องครอบคลุมทั้งรายการอาหาร ปริมาณ คุณภาพ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และการตรวจรับ
“อาหารกลางวันที่ดีต้องผ่านทั้งระบบและผ่านสายตาของคนที่กินจริง คือเด็ก… เอกสารต้องถูกต้อง กระบวนการต้องตรวจสอบได้ และอาหารในจานต้องมีคุณภาพ เหมาะสม และเพียงพอ”
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยยังกำชับให้สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดประสานท้องถิ่นอำเภอและเทศบาลตำบลวัดประดู่เพื่อตรวจสอบข้อมูลตามคำตั้งข้อสังเกต และจัดทำรายงานข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อชี้แจงต่อสาธารณะ ทั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงหาความผิดหรือไม่ผิด แต่เพื่อตรวจสอบมาตรฐานการให้บริการอาหารกลางวันให้สอดคล้องกับสภาพจริง
ผลกระทบต่อผู้ปกครองและภาพลักษณ์ท้องถิ่น
ประเด็นเรื่องอาหารกลางวันของสถานศึกษาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ปกครอง หากหน่วยงานท้องถิ่นไม่สามารถชี้แจงสภาพจริงได้ จะกระทบต่อความเชื่อมั่นทั้งต่อโครงการสวัสดิการและการบริหารจัดการงบประมาณของท้องถิ่น นอกจากนี้ยังอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวอย่างสุราษฎร์ธานีที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่
แนวทางการแก้ไขและมาตรการที่กำหนด
จากการชี้แจงและคำสั่งตรวจสอบ มีแนวทางปฏิบัติที่ถูกเน้นย้ำดังนี้
- ตรวจสอบรายการอาหารและปริมาณให้สอดคล้องกับโปรแกรมโภชนาการ
- ตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการตรวจรับให้โปร่งใส
- ให้การสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างชัดเจน เช่น การประกาศเมนูล่วงหน้าและแจ้งข้อมูลผ่านช่องทางของโรงเรียน
- ให้มีการจัดคณะกรรมการตรวจรับอาหารที่มีบุคคลภายนอกเข้าร่วม
เทศบาลระบุว่ามีนโยบายให้สถานศึกษาในสังกัดปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวและเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ปกครอง อย่างไรก็ดี ผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการและรายงานสรุปที่สามารถชี้แจงต่อสาธารณะยังเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองและประชาชนรอคอย
สำหรับผู้ปกครองและชุมชนในสุราษฎร์ธานี เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการเตือนให้ทบทวนการกำกับดูแลโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อให้แน่ใจว่างบประมาณสวัสดิการนั้นส่งตรงไปยังผู้รับบริการอย่างแท้จริง ทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณที่เหมาะสมกับวัยเด็ก
| เหตุการณ์ | วันที่ตามแถลงการณ์ |
|---|---|
| ภาพอาหารที่เผยแพร่ | 26, 28 พ.ค. และ 9, 10, 14 ก.ค. พ.ศ. 2569 |
| คำสั่งตรวจสอบจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย | 15 ส.ค. พ.ศ. 2569 |
การติดตามผลการตรวจสอบและการสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างโปร่งใสจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและพัฒนามาตรฐานการให้บริการด้านอาหารกลางวันในโรงเรียนสำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานี