วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมบางคนที ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัด สมุทรสงคราม นายรนัสถ์ชัย พุ่มเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด เพื่อพิจารณาแนวทางและมาตรการเพิ่มการป้องกันเหตุรุนแรงในเด็กและเยาวชน
แรงผลักดันจากเหตุการณ์ภายนอกและการตอบรับในพื้นที่
การประชุมครั้งนี้มีขึ้นในบริบทที่หน่วยงานระดับชาติเพิ่งเร่งมาตรการหลังเกิดเหตุใช้อาวุธปืนภายในสถานศึกษาในจังหวัดอื่นของประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในพื้นที่ของจังหวัดคณะกรรมการจังหวัดจึงได้หารือแนวทางป้องกันเชิงรุก ทั้งในด้านการดูแลความปลอดภัยของสถานศึกษาและการดูแลสภาพจิตใจของเด็ก
กรอบมาตรการที่คณะกรรมการเสนอ
คณะกรรมการยกร่างแนวทางปฏิบัติภายใต้การกำกับดูแลร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นการบูรณาการระหว่างสถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานปกครองท้องถิ่น เพื่อเตรียมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉินและลดความเสี่ยงจากการใช้ความรุนแรง
- การเฝ้าระวังบุคคลและพฤติการณ์เสี่ยง ภายในสถานศึกษา ควบคุมการเข้า-ออก และจัดระบบรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน
- การคัดกรองพฤติกรรมและอารมณ์ ของเด็กที่อาจมีภาวะเสี่ยง และเชื่อมต่อการส่งต่อไปยังบุคลากรด้านจิตวิทยาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- การประสานข้อมูลระหว่างฝ่ายปกครองและตำรวจ เพื่อเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง พร้อมการมีส่วนร่วมของผู้นำชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- การสร้างความตระหนักเรื่องการจัดการความขัดแย้ง และการควบคุมอารมณ์ รวมถึงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักเรียน ผู้ปกครอง และครู
- การบูรณาการระบบช่วยเหลือสำหรับเด็กและครอบครัว ด้วยโมเดลทำงานร่วมที่ยึดหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก การไม่เลือกปฏิบัติ และการมีส่วนร่วมอย่างปลอดภัย
- ส่งเสริมบทบาทสภาเด็กและเยาวชน ให้เป็นกลไกเฝ้าระวังและป้องกันเหตุรุนแรงในโรงเรียน
- การประชาสัมพันธ์ช่องทางให้คำปรึกษาและขอความช่วยเหลือ แก่นักเรียน ครู และผู้ปกครอง
รายละเอียดมาตรการในเชิงปฏิบัติ
ที่ประชุมกำชับให้สถานศึกษาทุกแห่งปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและมีการคัดกรองบุคลากรและผู้มาติดต่อ พร้อมทั้งจัดทำแผนรองรับเหตุฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ โดยหน่วยงานต้นสังกัดต้องติดตามและกำกับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
| มาตรการ | เนื้อหาโดยสังเขป |
|---|---|
| เฝ้าระวังและควบคุมการเข้า-ออก | จัดระบบรักษาความปลอดภัยและกำหนดกระบวนการตรวจสอบผู้มาติดต่อ |
| คัดกรองพฤติกรรม | ประเมินอารมณ์และพฤติกรรมของนักเรียนเพื่อส่งต่อการดูแลจิตใจ |
| การประสานข้อมูล | การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างตำรวจ ฝ่ายปกครอง ชุมชน และสถานศึกษา |
| ส่งเสริมสภาเด็ก | ให้เยาวชนมีบทบาทในการเฝ้าระวังและร่วมแก้ปัญหา |
ช่องทางช่วยเหลือและการสื่อสาร
คณะกรรมการยังเน้นย้ำการประชาสัมพันธ์ช่องทางสำหรับการแจ้งข่าวสาร คำปรึกษา และการขอรับความช่วยเหลือ โดยแนะนำให้ใช้บริการสายด่วนและศูนย์ช่วยเหลือที่มีอยู่แล้วเพื่อให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเข้าถึงได้ทันที
- สายด่วน 191 (ตำรวจ)
- ศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300
- บริการ ESS Help Me
ความคาดหวังและหน้าที่ของชุมชน
การประชุมครั้งนี้สะท้อนความพยายามของจังหวัดในการสร้างระบบป้องกันเชิงรุกที่ไม่ให้การแก้ปัญหาเป็นหน้าที่ของเพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของครู ผู้ปกครอง ชุมชน และเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้เข้าร่วมเห็นพ้องว่าการสื่อสารที่ต่อเนื่องและการเสริมศักยภาพด้านการดูแลด้านจิตใจจะเป็นหัวใจสำคัญในการลดความเสี่ยง
ในระยะต่อไป คณะกรรมการจะติดตามการนำมาตรการไปปฏิบัติในสถานศึกษาและเกณฑ์การรายงานผล เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนามาตรการให้มีประสิทธิภาพต่อไป