สหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด ผุดแนวทางขยายตลาดเชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์นม ภายใต้แบรนด์ใหม่เพื่อระบายปริมาณน้ำนมที่เกินความต้องการของตลาด พร้อมยอมรับว่าขณะนี้ประสบปัญหาสภาพคล่อง เนื่องจากต้องรับซื้อน้ำนมส่วนเกินตามความรับผิดชอบต่อสมาชิกลูกโคที่ส่งน้ำนมเข้ามาในระบบ
ต้นตอปัญหาและปริมาณน้ำนม
ผู้จัดการสหกรณ์ชี้แจงว่า สหกรณ์ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2517 จากการรวมตัวของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในอำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอสันกำแพงและพื้นที่ใกล้เคียง ปัจจุบันมีสมาชิกที่ส่งน้ำนมดิบจำนวน 81 ราย โดยมีแม่โครีดรวมกันประมาณ 2,000 กว่าตัว ทำให้สามารถรับน้ำนมดิบเฉลี่ยได้ราว 28 ตันต่อวัน
อย่างไรก็ตาม น้ำนมที่เกินจากข้อตกลงเอ็มโอยู (MOU) อยู่ที่ประมาณ 7 ตันต่อวัน ซึ่งสหกรณ์ต้องรับซื้อเพื่อไม่ให้สมาชิกเดือดร้อนและนำไปจัดสรรให้เป็นนมโรงเรียนหรือเก็บสต็อกไว้ก่อน
“ตอนนี้ทางคณะกรรมการสหกรณ์ฯได้มีนโยบายอยากขยายตลาดในส่วนของนมพาณิชย์ จริง ๆ แล้วตลาด นมพาณิชย์ของเรายังสู้แบรนด์หลักๆ ไม่ได้ ทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และใกล้เคียง ยังมียอดจำหน่ายน้อย แต่ที่ยังเดินไปต่อไป เพราะมีเครือข่ายสหกรณ์เข้ามาช่วยสนับสนุน”
มาตรฐานคุณภาพและราคา
สหกรณ์ระบุว่าเกษตรกรสมาชิกกว่าร้อยละ 90 ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP (การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี) ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจในคุณภาพน้ำนมดิบ ขณะที่ราคาซื้อน้ำนมดิบยังปฏิบัติตามเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด เพื่อคุ้มครองรายได้ของสมาชิกไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการรับซื้อน้ำนมส่วนเกิน
ช่องทางการจำหน่ายและผลิตภัณฑ์ปัจจุบัน
สหกรณ์ผลิตและจำหน่ายสินค้าหลากหลาย ทั้งนมพาสเจอร์ไรส์ นมยูเอชที และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ ที่จำหน่ายผ่านร้านหน้างานฟาร์มของสหกรณ์ ได้แก่:
- นมเปรี้ยว รสส้ม สับปะรด มะนาว ลิ้นจี่
- นมรสหวาน รสจืด ช็อกโกแลต สตรอว์เบอร์รี่
- ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟจำหน่ายที่ร้านนมหน้าฟาร์ม
เพื่อเพิ่มช่องทางระบายสต็อกและสร้างรายได้ สหกรณ์จึงตั้งเป้าขยายตลาดนมพาณิชย์ แต่ยอมรับว่ายังเทียบกับแบรนด์ใหญ่ในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงไม่ได้ จึงต้องอาศัยเครือข่ายสหกรณ์และการทำตลาดเชิงรุก
แผนเพิ่มมูลค่า — ทดลองผลิตชีส
ในส่วนของการต่อยอดผลิตภัณฑ์ สหกรณ์อยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานกรมปศุสัตว์เพื่อแปรรูปน้ำนมเป็น ชีส โดยได้มีการไปดูงานการผลิตชีสจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อรับองค์ความรู้มาปรับใช้ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการในตลาดและสามารถเพิ่มมูลค่าน้ำนมดิบได้
สภาพคล่องและมาตรการแก้ไข
ผู้จัดการสหกรณ์ยอมรับว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีปัญหาสภาพคล่อง เนื่องจากต้องใช้เงินสดจ่ายค่าน้ำนมที่รับซื้อนอกเอ็มโอยู ขณะนี้สหกรณ์พยายามหาทุนหมุนเวียนโดยการกู้เงินจากแหล่งอัตราดอกเบี้ยต่ำ หนึ่งในแหล่งที่ใช้คือการกู้จาก กองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) เพื่อจ่ายค่ารวบรวมน้ำนมดิบและบริหารจัดการจนกว่าจะหาตลาดระบายได้มากขึ้น
| รายการ | ตัวเลข |
|---|---|
| สมาชิกที่ส่งน้ำนมดิบ | 81 ราย |
| แม่โครีดโดยประมาณ | 2,000 กว่าตัว |
| รับน้ำนมดิบเฉลี่ย | 28 ตัน/วัน |
| น้ำนมเกิน MOU | 7 ตัน/วัน |
ผลกระทบต่อชุมชนและแนวทางติดตาม
สถานการณ์สภาพคล่องของสหกรณ์มีความสำคัญต่อเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ เพราะการชะงักของการรับซื้อน้ำนมย่อมส่งผลกระทบต่อรายได้ของครอบครัวผู้เลี้ยงโคนม ในระยะสั้น สหกรณ์ยังคงยืนยันนโยบายไม่ให้สมาชิกเดือดร้อน โดยยึดราคาซื้อเท่ากับเกณฑ์รัฐและหาทางระบายสต็อกทันที
สำหรับผู้อ่านที่เกี่ยวข้องหรือผู้ประกอบการ เมืองเชียงใหม่ยังมีโอกาสร่วมมือสร้างเครือข่ายการจำหน่าย เช่น การเชื่อมโยงโรงเรียน โรงพยาบาล ร้านอาหาร และตลาดท้องถิ่น เพื่อกระจายผลิตภัณฑ์นมสหกรณ์ให้ถึงผู้บริโภคโดยตรง
ในอนาคต การแปรรูปเป็นชีสและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงอื่น ๆ จะเป็นทางเลือกสำคัญหากสหกรณ์สามารถรวบรวมองค์ความรู้และทุนได้เพียงพอ ทั้งนี้ การติดตามมาตรการแก้ไขสภาพคล่องและผลการขยายตลาดของสหกรณ์จะเป็นเรื่องที่ต้องจับตาต่อไปในแวดวงเกษตรเชียงใหม่
ข่าวสารความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามของสหกรณ์ท้องถิ่นที่ต้องบาลานซ์ระหว่างภารกิจดูแลสมาชิกและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างยั่งยืน