เชียงใหม่ — ความคืบหน้าคดีบ่อนการพนันกลางเมืองเชียงใหม่ที่มีคลิปเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองเข้าจับกุมเมื่อวันที่ 18 กันยายน ซึ่งกลายเป็นประเด็นสาธารณะเพราะมีการติดต่อจากบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งท้องถิ่นขณะเกิดเหตุ ล่าสุดพนักงานอัยการสั่งฟ้องจำเลยทั้งหมดต่อศาลแขวงเชียงใหม่ และศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุกและปรับตามรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาและจำนวนผู้ถูกดำเนินคดี
พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่สรุปสำนวนเสนอให้สั่งฟ้องผู้จัดให้มีการเล่นพนัน รวมทั้งผู้เล่นรวมทั้งสิ้น 27 คน ซึ่งพนักงานอัยการรับสำนวนและส่งฟ้องต่อศาลแขวงเชียงใหม่ ผลการพิจารณาของศาลมีดังนี้
- ผู้จัดให้มีการเล่นบางคนถูกพิพากษาจำคุก 4 เดือน และปรับ 2,500 บาท ไม่รอลงอาญา
- ผู้จัดให้มีการเล่นรายอื่นถูกจำคุก 3 เดือน และปรับ 2,500 บาท ไม่รอลงอาญา
- สมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) หนึ่งราย ถูกพิพากษาจำคุก 3 เดือน และปรับ 2,500 บาท โดยศาลให้รอลงอาญาเป็นเวลา 1 ปี
- ภรรยาของ ส.ท. ซึ่งปรากฏเป็นผู้เช่าช่วงสถานที่ที่ใช้ทำบ่อน "ศรีปิงเมือง" ถูกพิพากษาจำคุก 3 เดือน และปรับ 2,500 บาท โดยให้รอลงอาญา 1 ปี
- ผู้ต้องหาต่างด้าวจำนวนหนึ่งถูกพิพากษาจำคุก 3 เดือน และปรับ 2,500 บาท รอลงอาญา 1 ปี โดยมีหนึ่งรายที่เป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองถูกพิพากษาจำคุก 7 เดือน และปรับ 6,500 บาท โดยไม่รอลงอาญา
คดีที่เกี่ยวเนื่องและการสอบสวนเพิ่มเติม
นอกจากบ่อนพนันในเขตพื้นที่สภ.เมืองเชียงใหม่แล้ว ยังมีคดีบ่อนพนันอีกแห่งที่ย่านสันติธรรม ท้องที่สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับผู้จัดและผู้เล่นรวม 48 ราย และสำนวนถูกส่งให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องอยู่ ส่วนผู้เกี่ยวข้องรายอื่นยังอยู่ระหว่างการขยายผลสอบสวนเพิ่มเติม
| ประเด็น | ข้อมูล |
|---|---|
| วันเกิดเหตุจับกุม | 18 กันยายน (ปีที่เกิดเหตุในสำนวน) |
| จำนวนผู้ถูกฟ้อง (สำนวนแรก) | 27 คน |
| จำนวนผู้ถูกดำเนินคดี (สันติธรรม) | 48 คน |
การดำเนินการทางวินัยและถอดถอนตำแหน่ง
กรณีที่มีสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) ปรากฏชื่อในสำนวนและคลิปขณะจับกุม ทางอำเภอเมืองเชียงใหม่กำลังจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อตั้งข้อกล่าวหาและสอบสวนทางวินัย โดยมีการชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวจะดำเนินการตามระเบียบราชการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันสภาเทศบาลตำบลฟ้าฮ่ามได้เร่งพิจารณากระบวนการถอดถอนในกรณีที่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่ง
มาตรการกับชาวต่างชาติที่ถูกพิพากษา
จากการพิจารณาของศาลมีผู้ต้องหาที่เป็นชาวต่างชาติหลายราย ในจำนวนนี้บางรายถูกพิพากษาให้รอลงอาญา แต่มีกรณีหนึ่งที่ศาลพิพากษาจำคุกและไม่รอลงอาญา ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่จะเป็นผู้ดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศตามขั้นตอนต่อไป หากคำพิพากษาถึงที่สุดและมีการส่งตัวตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง
ความสำคัญต่อท้องถิ่น
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงเป็นคดีอาชญากรรมทั่วไป แต่ยังสะท้อนปัญหาการเข้าไปข้องเกี่ยวของผู้ดำรงตำแหน่งท้องถิ่นกับกิจกรรมผิดกฎหมาย ซึ่งสร้างความกังวลต่อความโปร่งใสในการบริหารงานท้องถิ่นและความเชื่อมั่นของประชาชน การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมทั้งในชั้นอาญาและวินัย ถือเป็นการตอบคำถามต่อสังคมถึงความรับผิดชอบของผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในระดับท้องถิ่น
ผู้เกี่ยวข้องในคดีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงอยู่ระหว่างขั้นตอนทางกฎหมายและการสอบสวนเพิ่มเติม หากมีความคืบหน้าในด้านผลการพิจารณาของอัยการในคดีอื่น ๆ หรือมติของสภาเทศบาลเกี่ยวกับการถอดถอนตำแหน่ง ทางสำนักข่าวจะติดตามและรายงานต่อผู้อ่านต่อไป
หมายเหตุ: ข้อมูลในรายงานนี้อ้างอิงจากสำนวนคดีและการแจ้งความคืบหน้าที่ปรากฏในสื่อมวลชนเกี่ยวกับการจับกุมเมื่อวันที่ 18 กันยายน และการพิจารณาคดีต่อเนื่อง รวมถึงการดำเนินการของหน่วยงานท้องถิ่นและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่